Blog Content

Home – Blog Content

ลือหนัก! Rolex Pepsi 126710BLRO เตรียมเลิกผลิตปี 2026? ส่องราคา Grey Market ทะลุล้าน

ช่วงต้นปี 2026 วงการนาฬิกาหรูมีข่าวลือที่ทำให้แฟน Rolex หูผึ่งกันทั้งตลาด นั่นคือกระแสว่า Rolex Pepsi 126710BLRO หรือชื่อเต็มคือ Rolex GMT-Master II “Pepsi” ref. 126710BLRO อาจกำลังเดินเข้าสู่ปลายทางของการผลิตในปีนี้ หลังจากมีนักสะสมและสื่อสายนาฬิกาหลายแห่งเริ่มจับสังเกตว่า แม้บนเว็บไซต์ Rolex รุ่นนี้ยังคงอยู่ในแคตตาล็อกตามปกติ แต่บนหน้า Rolex ของ Bucherer กลับมองไม่เห็น Pepsi แล้วในหลายตลาด จนเกิดคำถามว่าหรือแบรนด์กำลังเก็บของ เงียบ ๆ ก่อนประกาศจริงในงานใหญ่รอบถัดไป

สิ่งที่ทำให้ข่าวลือนี้ยิ่งร้อนกว่าเดิม คือฝั่ง Grey Market เริ่มตอบสนองเร็วมาก เพราะในตลาดรองของไทยและต่างประเทศ ตอนนี้มีประกาศขาย 126710BLRO หลายเรือนที่ทะลุ 1 ล้านบาท ไปแล้ว บาง listing บน Chrono24 ไทย แตะราว 1.10–1.16 ล้านบาท ขณะที่ร้านรีเซลบางแห่งในไทยก็เริ่มตั้งราคาใกล้โซนเดียวกันแล้ว

ต้นตอของข่าวลือไม่ได้เริ่มจากประกาศทางการของ Rolex เพราะจนถึงตอนนี้ยังไม่มีคำแถลงการณ์ (Statement) ใด ๆ จากแบรนด์ที่ยืนยันว่า Pepsi จะถูกยกเลิกการผลิต แต่สิ่งที่ตลาดจับตาคือ สัญญาณผิดปกติ จากหน้าร้านตัวแทนและระบบโชว์สินค้า โดยเฉพาะ Bucherer ที่เป็นร้านค้าปลีกที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ (Authorized Retailer) รายใหญ่ ซึ่งมีหน้า Rolex GMT-Master II แสดงรุ่นอื่นอย่าง Batman แต่กลายเป็นว่า Pepsi ไม่ได้ถูกโชว์เด่นแบบที่นักสะสมคุ้นเคย สื่ออย่าง Time+Tide และ Fratello จึงหยิบประเด็นนี้ไปขยายต่อ และย้ำตรงกันว่า ณ ตอนนี้ยังเป็นเพียงข่าวลือไม่ใช่ข้อสรุปทางการครับ

จุดสำคัญคือ ข่าวลือแบบนี้ในโลก Rolex ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะบางครั้งแบรนด์ไม่ได้ออกข่าว เลิกผลิต แบบเสียงดัง แต่ปล่อยให้ตลาดรับรู้ผ่านการหายไปจากแคตตาล็อกหรือการส่งมอบที่เงียบลงก่อน แล้วค่อยเฉลยทีหลัง ซึ่งยิ่งเป็นรุ่นไอคอนอย่าง Pepsi ตลาดก็ยิ่งพร้อมตีความเกินจริงกันในพริบตา แบบนาฬิกาโลกเวอร์ชันเกมชิงเก้าอี้ดนตรีนั่นเองครับ

คำตอบสั้น ๆ คือ อุปทานหด แต่ความต้องการไม่หาย และตลาดนาฬิกาหรูไม่ใช่ตลาดที่ใช้ตรรกะแบบสินค้าอุปโภคทั่วไปนัก มันเป็นตลาดที่เรื่อง ความยากในการได้มา มีมูลค่าในตัวเอง

Rolex Pepsi 126710BLRO เป็นรุ่นที่มีสถานะพิเศษมานานอยู่แล้ว เพราะเป็นหนึ่งใน GMT-Master II ที่ภาพจำแรงที่สุดในโลกนาฬิกา ทั้งชื่อเล่น สีขอบแดง-น้ำเงิน และความเป็นรุ่นที่คนทั่วไปยังจำได้ แม้ไม่ได้เล่นนาฬิกาจริงจังก็ตาม

ในตลาดรอง Listing ปัจจุบันกระโดดไปไกล โดย Chrono24 ไทยมีประกาศ Rolex Pepsi 126710BLRO หลายเรือนเกินหนึ่งล้านบาท

ขณะเดียวกัน Rolex เองก็ยังคงประกาศขาย (List) รุ่นนี้บนเว็บไซต์ด้วยราคาทางการระดับประมาณหนึ่งหมื่นดอลลาร์ต้น ๆ แต่ในตลาดรอง ราคาประกาศขาย (Listing Price) ปัจจุบันกลับกระโดดไปไกลกว่านั้นมาก โดย Chrono24 ไทย มีประกาศหลายเรือนเกินหนึ่งล้านบาท และหน้า Rolex Pepsi 126710BLRO ของ Chrono24 ก็อธิบายชัดว่ารุ่นนี้เคยเทรดสูงกว่าราคาป้ายหลายเท่าจากภาวะขาดแคลนต่อเนื่อง

อีกชั้นหนึ่งคือ กลไกราคาของนาฬิกากลุ่มนี้มักไม่ได้ขยับขึ้นเพราะ มีการประกาศเลิกผลิตแล้ว เพียงอย่างเดียว แต่ขยับขึ้นเพราะ ตลาดเริ่มเกิดความกลัวว่าจะซื้อไม่ทัน (Fear of Missing Out – FOMO) เมื่อความรู้สึกนี้เกิดขึ้น คนที่ถืออยู่ก็จะเริ่ม ชะลอการขาย (Hold / Withhold Supply) เพราะเชื่อว่าราคามีโอกาสขึ้นต่อ ขณะที่คนที่กำลังมองหาก็จะ เร่งตัดสินใจซื้อ (Rush to Buy / Demand Surge) มากขึ้น

ในฝั่งผู้ขายหรือร้านค้า ก็จะกล้าตั้งราคาสูงขึ้น หรือ ปรับราคาขึ้นตามกระแส (Price Mark-up / Price Adjustment) ผลลัพธ์คือ ราคาที่เห็นในตลาดหรือ ราคาประกาศขาย (Listing Price) มักจะกระโดดขึ้นก่อน ราคาซื้อขายจริง (Transaction Price) เสมอ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในหลายครั้ง แม้ข่าวลือจะยังไม่ถูกยืนยัน แต่ราคานาฬิกาก็เริ่มวิ่ง ไปก่อนแล้ว ตามแรงของอารมณ์ตลาดมากกว่าข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวครับ

ถ้าจะหากรณีศึกษาที่ช่วยให้เห็นภาพว่าข่าวลือและความหายากสามารถเปลี่ยนราคาได้อย่างไร กลุ่ม Rolex Oyster Perpetual หน้าปัดสีพิเศษ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก

ข้อมูลจาก Chrono24 เคยบันทึกว่า Oyster Perpetual 36 Green Dial ref. 126000 เคยมีราคาพุ่งขึ้นไปแตะระดับประมาณ 14,000 ดอลลาร์ (ราว 400,000 บาท) ในช่วงปี 2022 ก่อนที่ราคาจะเริ่มปรับตัวลงในภายหลัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงซื้อขาย สูงกว่าราคาป้าย (Retail Price) อย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน สีที่ได้รับความนิยมอย่าง Turquoise Dial ก็ยังคงมีราคาตลาดรองที่สูงกว่ารุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อใดก็ตามที่รุ่นหนึ่งถูกมองว่ามีความพิเศษ หรือมีจำนวนจำกัด ไม่ว่าจะจากการผลิตจริงหรือเพียง perception ของตลาด ราคาก็มักจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

OP Celebration Dial แสดงให้เห็นว่า เมื่อใดก็ตามที่รุ่นหนึ่งถูกตีความว่าอุปทานในอนาคตอาจหยุดลง (Supply Contraction)
ราคาจะถูกประเมินใหม่ (Re-rating) แทบจะทันที ต่อให้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม Rolex Pepsi 126710BLRO ก็มีโอกาสเช่นเดียวกัน

ส่วนฝั่ง Celebration Dial หรือที่หลายคนเรียกกันเล่น ๆ ว่าแนว Bubble ก็เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะในตลาดรองมีการพูดถึงกันมากว่าเป็นรุ่นที่ยิ่งแรงขึ้น หลังจากเกิดการรับรู้ของตลาดว่าอาจมีการหยุดผลิต (Perception of Discontinuation) และจำนวนผลิตที่จำกัด

แม้ข้อมูลของรุ่นนี้จะไม่ได้มาจากประกาศทางการโดยตรง แต่กระจายอยู่ในร้านค้าและตลาดรองเป็นหลัก สิ่งที่เห็นได้ชัดคือพฤติกรรมราคาที่ตอบสนองต่อความเชื่อของตลาดมากกว่าข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว

บทเรียนสำคัญจึงอยู่ตรงนี้ คือเมื่อใดก็ตามที่รุ่นหนึ่งถูกตีความว่าอุปทานในอนาคตอาจหยุดลง (Supply Contraction) ราคาจะถูก ประเมินใหม่ (Re-rating) แทบจะทันที ต่อให้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Scarcity Premium (มูลค่าเพิ่มจากความหายาก) ซึ่งมักเกิดขึ้นทันทีที่ตลาดเชื่อว่าของชิ้นนั้นอาจไม่ได้มีอยู่ตลอดไป และนี่เองคือเหตุผลว่าทำไม Rolex Pepsi 126710BLRO รอบนี้ถึงน่าจับตา เพราะราคาที่ขยับขึ้น ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความใหม่ของสินค้า แต่ขับเคลื่อนด้วยสถานะของการเป็น ไอคอนที่อาจกำลังจะหายไป ซึ่งในโลกของนาฬิกาสะสม สถานะนี้มักเป็นเชื้อเพลิงของราคาที่แรงกว่าคำว่า limited edition เสียอีกครับ

นี่เป็นอีกทฤษฎีที่ถูกพูดถึงหนักมากในหมู่นักสะสม คือถ้า Rolex จะพัก Pepsi จริง แบรนด์อาจใช้จังหวะนี้ดัน Coke ขอบดำ-แดง กลับมาในเวอร์ชันใหม่ เพราะ Rolex มีประวัติหยิบรหัสความทรงจำเก่ามาปรับโฉมใหม่อยู่เสมอ และสื่อสายนาฬิกาหลายแห่ง เช่น monochrome ก็โยนไอเดียนี้ไว้ในบทความทำนายโมเดลปี 2026 เช่นกัน

แต่ต้องพูดกันตรง ๆ ว่า ตอนนี้มันยังอยู่ในระดับ working theory มากกว่าข้อเท็จจริง ยังไม่มีข้อมูลทางการจาก Rolex ว่าจะเปิด Coke จริง เพียงแต่ถ้ามองเชิงกลยุทธ์ มัน make sense มาก เพราะการสลับจาก Pepsi ไป Coke จะช่วยรีเฟรชตระกูล GMT-Master II โดยไม่ต้องทิ้งมรดกของชื่อเล่นระดับตำนาน และยังเปิดโอกาสให้ตลาดรองรีไพรซ์ Pepsi เดิมแรงขึ้นไปอีก พูดอีกแบบคือ ถ้า Pepsi หายและ Coke มา ตลาดจะได้ทั้งของใหม่ให้ไล่ล่า และ ของเก่าให้ยกสถานะ พร้อมกันในคราวเดียวครับ

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ข่าวลือฝั่ง Rolex ไม่ได้เกิดขึ้นมาแบบไร้บริบท เพราะหากมองภาพรวมของตลาดนาฬิกาหรูในช่วงปี 2025–2026 จะเห็นแนวโน้มที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าแบรนด์ระดับบนกำลังบริหารความหายาก (Scarcity Management) อย่างละเอียดมากขึ้น

ฝั่ง Patek Philippe เองก็สะท้อนทิศทางนี้ได้ชัด ปัจจุบันยังมีรุ่นอย่าง World Time 7130G-016 ที่ใช้วัสดุ white gold อยู่ในคอลเลกชันหลัก ขณะที่ฝั่ง Nautilus ที่เป็นสแตนเลส เช่น 5726A แม้จะยังอยู่ในแคตตาล็อก แต่ตลาดก็เริ่มจับตาว่า รุ่นที่เป็นสแตนเลสและมีความซับซ้อน (Steel Complicated Models) กำลังถูกลดบทบาทลง เมื่อเทียบกับรุ่นที่ใช้โลหะมีค่า (Precious Metal References)

อีกด้านหนึ่ง Thierry Stern ก็เคยพูดถึงแนวคิดเรื่องการควบคุมความหายาก และการรักษามูลค่าในระยะยาวของแบรนด์อย่างตรงไปตรงมา และการเปลี่ยน Nautilus 5811 ให้ใช้ white gold แทน steel ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Patek ไม่ต้องการให้ sports icon ของตัวเองกลายเป็นสินค้าที่เข้าถึงง่ายจนเกินไปครับ

ถ้ามองให้คมขึ้นในเชิงกลยุทธ์ จะเห็นว่าทั้ง Rolex และ Patek Philippe กำลังเล่นเกมเดียวกัน แต่ใช้คนละวิธี Rolex เลือกควบคุมผ่าน การเปลี่ยนรุ่นหรือจังหวะการเลิกผลิต (Model Rotation & Discontinuation Timing) ขณะที่ Patek เลือกควบคุมผ่าน การยกระดับวัสดุและ positioning (Material Upgrade & Positioning Shift)

แต่ปลายทางของทั้งสองแบรนด์เหมือนกัน คือทำให้ รุ่นที่คนอยากได้ ยังคงมีแรงดึงดูดเชิงมูลค่า (Value Attraction)
ผ่านการควบคุมจำนวน ควบคุมวัสดุ หรือควบคุมจังหวะของสินค้าในตลาด ไม่ใช่การปล่อยสินค้าออกมามากจนความหายากซึ่งเป็นหัวใจของตลาดลักชัวรี่ค่อย ๆ ถูกลดทอนลงไป

ข้อเท็จจริง ณ วันนี้คือ Rolex ยังไม่ได้ยืนยันว่า Pepsi 126710BLRO เลิกผลิต และรุ่นนี้ยังคงอยู่บนเว็บไซต์ทางการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดคือ การให้ราคากับความเป็นไปได้นั้นไปล่วงหน้าแล้ว เพียงแค่ความเชื่อว่ารุ่นนี้อาจกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของรอบชีวิต ก็เพียงพอที่จะทำให้ตลาดรอง (Grey Market) ขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อ Pepsi เป็นรุ่นที่มีทั้งสภาพคล่องสูง ภาพจำแข็งแรง และฐานนักสะสมที่เหนียวแน่นอยู่ก่อนแล้ว

สำหรับนักสะสม นี่คือจังหวะที่ต้องแยกให้ออกระหว่างการเก็งกำไรตามข่าว (Rumor Trade) และ การถือยาวเพื่อมูลค่า (Long-term Hold) เพราะราคาประกาศขายที่ทะลุหลักล้าน ไม่ได้หมายความว่าทุกเรือนจะปิดการขายได้ที่ราคานั้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากข่าวลือนี้กลายเป็นจริงขึ้นมา รุ่น 126710BLRO ก็มีโอกาสถูกยกระดับสถานะในตลาดทันที โดยเฉพาะเรือนที่เป็น Full Set และสภาพดีซึ่งมักได้เปรียบอย่างชัดเจน

สุดท้ายแล้ว แม้ข่าวลือจะยังไม่ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ตลาดกำลังตอบสนองต่อความเป็นไปได้นี้อย่างจริงจัง และเมื่อใดก็ตามที่นาฬิกาเรือนหนึ่งมีครบทั้ง เรื่องราว (Story) + ความหายาก (Scarcity) + สภาพคล่องในตลาด (Liquidity) ราคาของมันก็มักไม่ได้ขยับแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่กระโดดตามอารมณ์ของนักสะสม

ในมุมนี้ Rolex Pepsi จึงไม่ใช่แค่นาฬิกาสองสีที่สวยสะดุดตา แต่เป็นตัวอย่างชัดของตลาดลักชัวรี่ว่า ข่าวลือบางครั้งก็มีมูลค่าในตัวมันเอง และสำหรับคนที่ถือเรือนนี้อยู่ มันอาจไม่ใช่แค่ของสะสมบนข้อมือ แต่อาจเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง (High Liquidity Asset) ซึ่งมูลค่าพร้อมขยับขึ้นทุกครั้งที่ตลาดเริ่มพูดถึงมันมากขึ้น

สำหรับเจ้าของนาฬิกา Rolex ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจหรือในด้านการเงินส่วนบุคคล โดยที่ยังไม่อยากขายขาด การ รับจำนำนาฬิกา Rolex หรือ ขายฝากนาฬิกา Rolex เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้อย่างรวดเร็ว

Brandname Money เป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อและขายฝากสินค้าแบรนด์เนม เช่น กระเป๋า นาฬิกา และจิวเวลรี่ โดยเน้นบริการที่รวดเร็ว ปลอดภัย และประเมินราคาตามมูลค่าตลาดของสินค้า Luxury

ขั้นตอนการใช้บริการทำได้ง่าย เช่น การส่งรูปสินค้าเพื่อประเมินราคา ยืนยันเอกสาร และทำสัญญา โดยสามารถรับเงินได้ภายในเวลารวดเร็ว

เพื่อให้การ จำนำนาฬิกาหรู หรือ ขายฝากนาฬิกาหรู ได้วงเงินที่เหมาะสมที่สุด ควรเตรียม…

  1. อุปกรณ์ครบ เช่น กล่อง ใบรับประกัน ข้อสาย คู่มือ — Full Set มักได้รับวงเงินสูงกว่าแบบแยกชิ้น
  2. สภาพต้องดี ตรวจสอบการทำงานของกลไกให้เรียบร้อย
  3. ศึกษาราคาตลาดรองปัจจุบัน เพราะวงเงินประเมินจะอ้างจากราคซื้อขายจริง ไม่ใช่เพียงราคาหน้าร้าน
18 แบรนด์นาฬิกาที่ Brandname Money รับขายฝาก
18 แบรนด์นาฬิกาหรูที่ Brandname Money รับขายฝาก

การจำนำหรือขายฝากนาฬิกาแบรนด์เนมไม่ใช่แค่เรื่องของวงเงิน แต่คือเรื่องของความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความโปร่งใสในทุกขั้นตอน Brandname Money จึงออกแบบบริการให้ตอบโจทย์ทั้งด้านมูลค่าทางการเงินและความอุ่นใจของลูกค้า 

เราให้บริการภายใต้อัตราดอกเบี้ยถูกต้องตามกฎหมาย เพียง 1.25% ต่อเดือน พร้อมความโปร่งใสเรื่องยอดเงิน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง เพื่อให้ลูกค้าได้รับวงเงินจริงเต็มจำนวนตามที่ประเมินครับ

ด้านกระบวนการทำงาน เราประเมินสินทรัพย์โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในตลาดนาฬิกาหรูโดยตรง ใช้ข้อมูลตลาดรองประกอบการพิจารณา และโอนเงินภายใน 1 ชั่วโมงหลังเซ็นสัญญา เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสภาพคล่องได้อย่างรวดเร็ว 

เรื่องความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ สินทรัพย์ทุกชิ้นจัดเก็บในตู้นิรภัยมาตรฐานสากล (International Standard Vaults) จัดเก็บในห้องนิรภัยแบบ 1:1 (Safe Room) พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง และการควบคุมการเข้าถึงอย่างเข้มงว  ดูแลเสมือนทรัพย์สินของเราเอง พร้อมระบบเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ มีการแจ้งเตือนครบถ้วน ไม่ต้องกังวลเรื่องกำหนดชำระ

มี Digital Transformation & Credit Core System กระบวนการทำงานรองรับ Online Application สามารถยื่นเอกสารและติดตามสถานะผ่าน Line และสำหรับบริการสินเชื่อ มี Credit Core System ใช้ระบบวิเคราะห์เครดิตและตรวจสอบข้อมูล NCB อย่างเป็นมาตรฐาน

พร้อมการดำเนินงานอย่างมืออาชีพ ชำระเต็มจำนวนตามสัญญา ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ในเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือขององค์กร เพราะสำหรับสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงอย่างนาฬิกาแบรนด์เนม ความเชื่อมั่นก็สำคัญไม่แพ้มูลค่าครับ

รวมทั้งข้อมูลลูกค้าทุกท่านอยู่ภายใต้ PDPA Compliance สัญญาทุกประเภทผ่านการตรวจสอบโดยที่ปรึกษากฎหมาย  กระบวนการทำงานเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบย้อนหลังได้ครับ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านไม่มากก็น้อยนะครับ เพราะนาฬิกาแบรนด์เนมไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลา แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า มีตลาดรองรองรับ และมีดีมานด์จากนักสะสมทั่วโลก แบรนด์ระดับ Rolex, Patek Philippe, Audemars Piguet หรือ Richard Mille จึงไม่ได้ถูกมองแค่ในฐานะของใช้ แต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นสภาพคล่องได้เมื่อจำเป็น

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการ ขายฝากนาฬิกา โดยไม่ต้องขายขาด Brandname Money คือทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อสินทรัพย์ระดับ Luxury โดยเฉพาะ สินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ควรได้รับการดูแลในระดับเดียวกัน  และเมื่อถึงวันที่คุณต้องการสภาพคล่อง คุณควรเลือกผู้ให้บริการที่มีตัวเลขชัด ระบบชัด และความน่าเชื่อถือชัดเจน เพราะสำหรับ ยี่ห้อนาฬิกาที่จำนำได้ มูลค่าไม่ได้อยู่แค่ที่แบรนด์ แต่อยู่ที่มาตรฐานของผู้ดูแลด้วยครับ 

หากคุณสนใจเรื่องสินเชื่อและการขายฝากสินค้าแบรนด์เนมเพิ่มเติม สามารถเลือกอ่านบทความอื่น ๆ จาก Brandname Money เพิ่มเติมได้เลยครับ เพราะสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ควรได้รับข้อมูลที่มีมาตรฐานเช่นกัน และการตัดสินใจทางการเงินที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้องเสมอครับ

Source: [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11]

ณ วันที่ 14 มีนาคม 2026 ยังไม่มีประกาศทางการจาก Rolex ว่าเลิกผลิต และรุ่นนี้ยังอยู่บนเว็บไซต์ Rolex แต่ข่าวลือเกิดจากการที่บางผู้ค้าปลีกอย่าง Bucherer ไม่ได้โชว์รุ่นนี้เด่นเหมือนเดิม และสื่อหลายแห่งเริ่มรายงานตรงกันว่ามีความเป็นไปได้สูงขึ้น

เพราะเป็นรุ่นไอคอนที่ความต้องการสูงอยู่แล้ว และเมื่อมีข่าวลือเรื่องเลิกผลิต ตลาดรองมักตั้งราคาเผื่อความหายากในอนาคต จึงเห็น listing หลายเรือนทะลุ 1 ล้านบาทในไทย

มีโอกาส แต่ไม่ควรฟันธงแบบเส้นตรง เพราะราคาขึ้นอยู่กับทั้งสภาพ เรทการปิดดีลจริง และอารมณ์ตลาด ข่าวลืออาจดันราคา listing ก่อน แต่ราคาซื้อขายจริงอาจขยับช้ากว่า

ตอนนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์จากสื่อและนักสะสม ยังไม่มีข้อมูลทางการจาก Rolex แต่เป็นสมมติฐานที่ถูกพูดถึงมาก เพราะสอดคล้องกับตรรกะการรีเฟรชไลน์ GMT-Master II ของแบรนด์

มีก็ดีกว่า เพราะกล่อง ใบรับประกัน และอุปกรณ์ครบมีผลต่อมูลค่าประเมิน หากไม่มี full set ยังประเมินได้ แต่โดยทั่วไปวงเงินจะลดลงกว่านาฬิกาที่อุปกรณ์ครบ

A: สามารถรับจำนำได้ แต่ราคาประเมินจะต่ำกว่านาฬิกาที่มี Full Set เพราะกล่องและใบรับประกันมีผลต่อมูลค่าตลาด

A: สามารถทำได้ โดยจะประเมินวงเงินตามสภาพจริงของนาฬิกา และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม

A: อัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามกฎหมาย และขึ้นอยู่กับระยะเวลาของสัญญา

A: คือบริการทางการเงินที่คุณสามารถนำทรัพย์สินแบรนด์เนมของแท้ ได้แก่ กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู จิวเวลรี (เครื่องเพชร) มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อรับเงินสดหมุนเวียน โดยทาง Brandname Money จะทำการประเมินราคาทรัพย์สินและอนุมัติวงเงินให้ทันที เมื่อครบกำหนดสัญญาและชำระยอดครบถ้วน คุณก็สามารถรับทรัพย์สินกลับคืนได้ในสภาพเดิม 100% ครับ

A: เรารับพิจารณาสินค้าแบรนด์เนมจากแบรนด์หรูชั้นนำ 18 แบรนด์นาฬิกหรู, 16 แบรนด์กระเป๋าแบรนด์เนม และ 4 แบรนด์จิวเวลรี (เครื่องเพชร) ครับ

A: เราคิดอัตราดอกเบี้ยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มต้นเพียง 0.88% – 1.25% ต่อเดือน (สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี)* โปร่งใส ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง ให้คุณบริหารจัดการเงินได้อย่างสบายใจและคุ้มค่าที่สุดครับ

A: ใช้เพียงเอกสารพื้นฐาน 3 อย่าง ได้แก่

  1. สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ (เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
  2. หน้าสมุดบัญชีธนาคารสำหรับรับโอนเงิน (ชื่อบัญชีต้องตรงกับชื่อบนบัตรประชาชนของผู้ทำสัญญาเท่านั้น)
  3.  (หากมีอุปกรณ์เสริมของสินค้า เช่น กล่อง, การ์ด, ใบเสร็จ แนะนำให้นำมาด้วยเพื่อประกอบการพิจารณาวงเงินสูงสุด)

A: ปลอดภัยและเป็นความลับสูงสุด ทรัพย์สินทุกชิ้นจะถูกซีลอย่างปลอดภัยได้มาตรฐาน และจัดเก็บในห้องนิรภัย 1:1 (Safe Room) ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง พร้อมระบบกล้องวงจรปิดดูแลตลอดเวลา ทางเราขอรับประกันว่าจะไม่มีการนำทรัพย์สินของลูกค้าออกมาใช้งานโดยเด็ดขาดครับ

A: สัญญาของ Brandname Money มีความยืดหยุ่นสูง โดยสามารถเลือกระยะเวลาฝากได้ตั้งแต่ 1 – 3 เดือนต่อ 1 รอบสัญญา ลูกค้าสามารถต่ออายุสัญญา (ต่อดอกเบี้ย) ได้ไม่จำกัดรอบ 

หากยังไม่สะดวกไถ่ถอนเมื่อครบกำหนด ก็สามารถชำระเพียงดอกเบี้ยเพื่อขยายระยะเวลาออกไปได้เรื่อย ๆ ทั้งนี้ ตามกฎหมายขายฝากจะสามารถขยายเวลาต่อเนื่องได้สูงสุด 3 ปีเต็ม หากครบกำหนด 3 ปีแล้วลูกค้ายังต้องการฝากต่อ ก็สามารถทำสัญญาฉบับใหม่กับทางเราได้อย่างต่อเนื่องทันทีครับ

A: ได้ค่ะ เรามีบริการ “ย้ายค่ายขายฝาก” (Refinance) รับไถ่ถอนสินค้าแบรนด์เนมจากร้านเดิมโดยเราพร้อมประเมินวงเงินใหม่ที่สูงขึ้น พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกฎหมาย และมีทีมงานเดินทางไปดำเนินการปิดยอดและไถ่ถอนให้ที่ร้านเดิม โดยที่คุณไม่ต้องเตรียมเงินสดไปเอง พร้อมรับเงินส่วนต่างตามเงื่อนไขที่กำหนด

เพราะสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ควรได้รับข้อมูลที่มีมาตรฐานเช่นกัน และการตัดสินใจทางการเงินที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้องเสมอครับ

สนใจติดต่อสอบถามหรือ ให้เราประเมินราคาขายฝากเบื้องต้นได้ที่

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Popular Articles

Most Recent Posts

  • All Post
  • Economic News
  • Investment
  • Marketing
  • NEWS
  • Trading Markets
  • Watch
  • การลงทุนแบรนด์เนม
  • บริการขายฝากนาฬิกาหรู
  • ผ่อนแบรนด์เนม ไม่ใช้บัตร