
Rolex ปรับราคา นาฬิกา “กลุ่มทองคำ” 5% รอบที่ 2 ของปี 2026
ปี 2026 กลายเป็นปีที่ต้องจับตามองสำหรับตลาดนาฬิกาหรู เมื่อ Rolex ปรับราคา นาฬิกาเป็นครั้งที่สองภายในปีเดียว โดยการปรับรอบล่าสุดให้น้ำหนักกับนาฬิกาที่ผลิตจากทองคำและนาฬิกาที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบ หลังจากแบรนด์เพิ่งปรับราคาในหลายตลาดไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อช่วงต้นปี
โดยรายงานของ Reuters เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ระบุว่า Rolex ปรับราคานาฬิกาทองคำในตลาดหลักเฉลี่ยประมาณ 5% ในเดือนมิถุนายน ครอบคลุมตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และฮ่องกง นับเป็นการปรับราคาครั้งที่สองของปี ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ผู้ประกอบการในตลาดนาฬิกา เนื่องจาก Rolex ไม่ได้ปรับราคามากกว่าหนึ่งครั้งภายในปีเดียวเป็นเรื่องปกติ
ซึ่งคำว่า “เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 5%” ไม่ได้หมายความว่านาฬิกาทองคำของ Rolex ทุกรุ่นปรับขึ้น 5% เท่ากัน เมื่อคำนวณจากราคาเดิมและราคาใหม่ราย Ref. Number พบว่าบางรุ่นเพิ่มประมาณ 4.79% ขณะที่บางรุ่นเพิ่มมากกว่า 5.30% เล็กน้อย
แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมาจากข้อมูลของแพลตฟอร์มวิจัยตลาดนาฬิกาหรูและตัวแทนจำหน่าย ไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการจาก Rolex โดยตรง เนื่องจากทาง Rolex ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าว
ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าเรื่อง “Rolex ราคาแพงขึ้น” นั้นคือความสามารถในการกำหนดราคาของแบรนด์ และทิศทางของตลาด Luxury ที่กำลังแบ่งออกเป็นสองกลุ่มชัดเจนขึ้น ได้แก่ ลูกค้าระดับกลางที่เริ่มระมัดระวังการใช้จ่าย กับลูกค้าระดับบนที่ยังพร้อมจ่ายเพื่อสินค้าหายากและมีสถานะสูงครับ
Rolex ปรับราคา อะไรบ้างในปี 2026?
การวิเคราะห์ว่า Rolex ปรับราคาอะไรบ้างในปี 2026 ต้องแยกออกเป็นสองรอบ เพราะขอบเขตของสินค้า ตลาดที่ได้รับผลกระทบ และเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นแตกต่างกัน
โดยเริ่มจากการปรับราคาช่วงต้นปี 2026 โดย Reuters อ้างข้อมูลจาก WatchCharts ว่า Rolex ปรับราคานาฬิกาเฉลี่ย 6.2% ในเดือนมกราคม 2026 เมื่อนำข้อมูลจากประเทศเยอรมนี ฮ่องกง ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกามาคำนวณร่วมกัน แต่การปรับครั้งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นทั่วโลก และไม่ได้เจาะจงเฉพาะนาฬิกาทองคำ
นอกจากนั้น Hypebeast รายงานภาพรวมว่าราคา Rolex ปี 2026 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 7% รุ่นสตีลหลายรุ่นเพิ่มใกล้เคียง 6% และรุ่นทองคำหรือทูโทนหลายรุ่นเพิ่มประมาณ 8–10% แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นภาพรวมจากข้อมูลที่สื่อนำมารวบรวม ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ที่ Rolex ประกาศใช้กับทุกรุ่นและทุกประเทศครับ
เมื่อดูข้อมูลรายตลาด ตัวเลขกลับแตกต่างออกไป ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ Price List ในฝรั่งเศสของ Monochrome พบว่า รุ่นสตีลจำนวนมากเพิ่มประมาณ 1–4% รุ่นทองคำเพิ่มโดยเฉลี่ยประมาณ 5–6% และรุ่นแพลทินัมเพิ่มประมาณ 3.5% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขทองคำ 8–10% ที่รายงานในบางตลาด

ดังนั้นเปอร์เซ็นต์การปรับราคาจริง ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับประเทศ รุ่น วัสดุ หน้าปัด สาย และวิธีคำนวณของแต่ละแหล่งด้วยครับ ที่เราสามารถสรุปได้ว่าในช่วงต้นปี 2026 Rolex ปรับราคาหลายกลุ่มสินค้า
ซึ่งหากย้อนดูการปรับราคาของ Rolex ในปี 2026 จะพบว่า การขึ้นราคาทั้งสองรอบมีลักษณะแตกต่างกัน รอบต้นปีเป็นการปรับในวงกว้าง ครอบคลุมนาฬิกาหลายประเภท ขณะที่รอบเดือนมิถุนายนมุ่งเน้นรุ่นที่ใช้ทองคำโดยเฉพาะ
| ช่วงเวลาปรับราคา | กลุ่มนาฬิกา | การปรับราคาโดยประมาณ |
| มกราคม 2026 | รุ่นสแตนเลสสตีล | เพิ่มประมาณ 6% |
| มกราคม 2026 | รุ่นทองคำและทูโทน | เพิ่มประมาณ 8–10% |
| มิถุนายน 2026 | รุ่นทองคำล้วน | เพิ่มเฉลี่ยประมาณ 4.8–5% |
| มิถุนายน 2026 | รุ่น Oysterflex ตัวเรือนทองคำ | เพิ่มเฉลี่ยประมาณ 5.02% |
| มิถุนายน 2026 | รุ่น Rolesor หรือทูโทน | เพิ่มเฉลี่ยประมาณ 2.47% |
| มิถุนายน 2026 | รุ่นสตีล แพลทินัม และไทเทเนียม | ส่วนใหญ่ราคาไม่เปลี่ยนแปลง |
อย่างที่บอกไปว่าการปรับรอบเดือนมิถุนายนมีทิศทางชัดเจนกว่า โดย Reuters ระบุว่า Rolex ปรับราคานาฬิกาทองคำในตลาดหลักเฉลี่ยประมาณ 5% และเป็นการปรับราคาครั้งที่สองของปี 2026
อย่างสำหรับตลาดเนเธอร์แลนด์ ราคาใหม่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดย Wristler ระบุว่าได้วิเคราะห์ Rolex ทั้งหมด 1,293 รายการอ้างอิง พบว่า 29% ของรายการไม่เปลี่ยนราคา ส่วนรายการที่ปรับขึ้นเพิ่มเฉลี่ย 2.6% เมื่อรวมวัสดุทุกประเภทเข้าด้วยกันครับ
และเมื่อแยกตามวัสดุในตลาดเนเธอร์แลนด์ รุ่นทองคำล้วนเพิ่มเฉลี่ย 4.8% รุ่น Oysterflex เพิ่มเฉลี่ย 5.02% และรุ่น Rolesor เพิ่มเฉลี่ย 2.47% ขณะที่ตัวอย่างรุ่นสตีลอย่าง Submariner Date Ref. 126610LN, Cosmograph Daytona Ref. 126500LN และ GMT-Master II Ref. 126710BLNR ยังคงราคาเดิมในรอบเดือนมิถุนายน
ซึ่งต้องบอกเลยว่าการปรับรอบที่สองนี้ ไม่ใช่การเพิ่มราคาทั้งแค็ตตาล็อกในอัตราเดียวกัน แต่เป็นการแบ่งปรับตามวัสดุ โดยกลุ่มที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบได้รับผลกระทบมากที่สุดครับ แต่ทั้งนี้เปอร์เซ็นต์การปรับราคาอาจแตกต่างกันตามประเทศ รุ่นย่อย ภาษีมูลค่าเพิ่ม อัตราแลกเปลี่ยน และโครงสร้างราคาของแต่ละตลาด ตัวเลขจากต่างประเทศจึงควรใช้เพื่อดู “ทิศทาง” มากกว่านำมาเทียบกับราคาไทยแบบตรงตัวครับ
ตารางเปรียบเทียบ Rolex กลุ่มทองคำ ราคาเดิมกับราคาใหม่ 6 รุ่น
เนื่องจากไม่พบประวัติราคาป้ายประเทศไทยจาก Rolex Official Thailand ที่มีราคาเดิมและราคาใหม่ ตารางต่อไปนี้จึงใช้ข้อมูลตลาดอิตาลีทั้งหมด เพื่อให้ราคาเดิมและราคาใหม่อยู่ภายใต้ประเทศ สกุลเงิน และโครงสร้างภาษีเดียวกัน โดยตัวเลขทั้งหมดเป็นราคาป้ายตลาดอิตาลีในสกุลยูโร ไม่ใช่ราคาป้ายประเทศไทย และไม่ได้แปลงเป็นเงินบาทครับ
| ชื่อรุ่น | Ref. Number | วัสดุ | ราคาเดิม | ราคาใหม่ | ส่วนต่าง | ปรับขึ้นจริง | ตลาด | วันที่ตรวจสอบ | แหล่งอ้างอิง |
| Yacht-Master 42 | 226659 | ทองคำขาว 18 ct | €37,600 | €39,600 | €2,000 | 5.32% | อิตาลี | 9 ก.ค. 2026 | Italian Watch Spotter |
| Submariner Date | 126618LN | ทองคำ 18 ct สีเหลือง | €48,000 | €50,300 | €2,300 | 4.79% | อิตาลี | 9 ก.ค. 2026 | Italian Watch Spotter |
| Cosmograph Daytona Oysterflex | 126518LN | ทองคำ 18 ct สีเหลืองและสาย Oysterflex | €40,100 | €42,200 | €2,100 | 5.24% | อิตาลี | 9 ก.ค. 2026 | Italian Watch Spotter |
| Cosmograph Daytona | 126508 | ทองคำ 18 ct สีเหลือง | €52,000 | €54,600 | €2,600 | 5.00% | อิตาลี | 9 ก.ค. 2026 | Italian Watch Spotter |
| Cosmograph Daytona | 126509 | ทองคำขาว 18 ct | €55,700 | €58,400 | €2,700 | 4.85% | อิตาลี | 9 ก.ค. 2026 | Italian Watch Spotter |
| GMT-Master II | 126715CHNR | Everose gold 18 ct | €50,000 | €52,500 | €2,500 | 5.00% | อิตาลี | 9 ก.ค. 2026 | Italian Watch Spotter |
โดยราคาและ Ref. Number มาจากตารางเปรียบเทียบราคาเดิมกับราคาใหม่ของตลาดอิตาลี ส่วนเปอร์เซ็นต์ในบทความคำนวณใหม่จากตัวเลขราคาเดิมและราคาใหม่
ทำไม Rolex เลือก ปรับราคา กลุ่มทองคำ?
ปัจจัยที่อธิบายการขึ้นราคาครั้งนี้ได้ชัดเจนที่สุดคือ ราคาทองคำในตลาดโลก โดย Reuters รายงานว่า ราคาทองคำในเดือนมิถุนายน 2026 อยู่ที่ประมาณ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และเกือบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยในปี 2024
นอกจากนั้น Reuters ยังรายงานว่า Richemont ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Cartier ระบุในรายงานประจำปีว่า การปรับราคาของกลุ่ม Jewellery Maisons เกี่ยวข้องกับราคาทองคำที่สูงขึ้นและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่ Rolex ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อ Reuters จึงยังไม่มีประกาศจาก Rolex ที่ยืนยันเหตุผลของการปรับราคาครั้งนี้โดยตรงครับ
ซึ่งตรงนี้เองเลยต้องบอกว่า ราคาทองคำอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ต้นทุนการผลิต อัตราแลกเปลี่ยน ภาษี และกลยุทธ์ด้านราคาของแบรนด์ครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นทุนทองคำมีผลโดยตรงต่อนาฬิกาที่ใช้โลหะมีค่าปริมาณมาก โดยเฉพาะรุ่นที่มีทั้งตัวเรือนและสายผลิตจากทองคำ เช่น Day-Date หรือ Daytona บาง Reference เนื่องจากนาฬิกาเหล่านี้ใช้ทองคำมากกว่ารุ่นที่ประกอบสาย Oysterflex หรือรุ่น Rolesor ซึ่งผสมระหว่างทองคำกับ Oystersteel เว็บไซต์ของ Rolex เองก็อธิบายว่า แบรนด์มีโรงหล่อของตนเองและผลิตโกลด์อัลลอย 18 กะรัต ทั้ง Yellow Gold, White Gold และ Everose Gold โดยควบคุมตั้งแต่การคัดเลือกโลหะ การหล่อ ไปจนถึงการขึ้นรูปชิ้นส่วนครับ
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของราคาทองไม่ควรถูกมองว่าเป็นเหตุผลเดียว ราคานาฬิกาหรูยังรวมถึงต้นทุนการพัฒนากลไก งานผลิต การตรวจสอบคุณภาพ การจัดจำหน่าย การบริการหลังการขาย ตลอดจนมูลค่าเชิงสัญลักษณ์ของแบรนด์ การปรับราคา 5% จึงเป็นทั้งการตอบรับต้นทุนวัตถุดิบและการปรับตำแหน่งสินค้าไปพร้อมกัน

หลังจากดูเรื่องการปรับราคาและปัจจัยที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ก็อยากชวนมาดูราคาจากเว็บไซต์ Rolex ประเทศไทย ณ เดือนกรกฎาคม 2026 กันครับ เพราะมีนาฬิกาทองคำหลายรุ่นมีราคาป้ายตั้งแต่ประมาณ 1.3 ล้านบาทไปจนถึงมากกว่า 2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับปริมาณทองคำ รูปแบบสาย หน้าปัด อัญมณี และรายละเอียดของ Reference เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อและลงทุนในนาฬิกา Rolex ครับ
โดยมีตัวอย่างกลุ่มนาฬิกาทองคำที่ยกมาให้ชมกันดังนี้ครับ Cosmograph Daytona Ref. 126508 ตัวเรือนและสาย Oyster ทำจากทองคำ 18 กะรัต มีราคาที่แสดงบน Rolex ประเทศไทย 1,999,700 บาท ขณะที่ Daytona Ref. 126515LN ตัวเรือน Everose Gold พร้อมสาย Oysterflex มีราคา 1,623,300 บาท
Day-Date 36 Ref. 128238 ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต หน้าปัดสีแชมเปญ พร้อมสาย President มีราคา 1,661,100 บาท ส่วน Yacht-Master 42 Ref. 226658 ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต พร้อมสาย Oysterflex มีราคา 1,380,300 บาท ครับ
Rolex ปรับราคา เพื่อรักษาความเอ็กซ์คลูซีฟอย่างไร
ในตลาดสินค้าทั่วไป ราคามักทำหน้าที่สะท้อนต้นทุนและการแข่งขัน แต่สำหรับสินค้าหรู ราคาเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ ความหายาก และสถานะทางสังคมที่ลูกค้าได้รับจากการครอบครองสินค้า
การที่ Rolex เลือกขึ้นราคานาฬิกาทองคำประมาณ 5% แต่ไม่ได้ขึ้นราคาสตีลส่วนใหญ่ในรอบเดียวกัน ทำให้ช่องว่างระหว่างนาฬิกาแต่ละระดับกว้างขึ้น รุ่นสตีลยังคงทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของผู้ที่ต้องการเข้าสู่โลกของ Rolex ส่วน Rolesor เป็นระดับกึ่งกลาง ขณะที่ Gold Models ถูกยกระดับให้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าที่ต้องการความพิเศษมากขึ้น
ข้อมูลจาก Wristler แสดงให้เห็นว่า รุ่นทองคำล้วนเพิ่มราคาเฉลี่ย 4.8% รุ่น Rolesor เพิ่ม 2.47% และรุ่นสตีลส่วนใหญ่ไม่ปรับราคา รูปแบบดังกล่าวสะท้อนการแบ่งระดับราคาตามสัดส่วนโลหะมีค่าอย่างชัดเจน ซึ่งถึงแม้การปรับราคากลุ่มทองคำในปีที่ตลาดสินค้าหรูระดับกลางยังเผชิญแรงกดดัน อาจดูสวนทางกับแนวคิดการรักษายอดขาย แต่สำหรับแบรนด์ที่มีอำนาจในการตั้งราคาสูง ราคาที่เพิ่มขึ้นสามารถทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของการวางตำแหน่งสินค้าได้
Reuters เองก็รายงานว่า นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมมองว่าตลาดนาฬิกาหรูยังสามารถขายสินค้าที่ถูกนำเสนอในฐานะของหายากหรือสินทรัพย์สะสมให้กับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง แม้ผู้บริโภคชนชั้นกลางจำนวนหนึ่งจะลดการใช้จ่ายด้านสินค้าหรูลง
และข้อมูลการส่งออกนาฬิกาสวิสยิ่งตอกย้ำทิศทางนี้ โดยนาฬิกาที่มีราคามากกว่า 20,000 ฟรังก์สวิสมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโรคระบาด และคิดเป็นมากกว่าสองในสามของมูลค่าการส่งออกนาฬิกาสวิสทั้งหมดในปี 2025 จากเดิมที่เคยมีสัดส่วนเพียง 22% ในปี 2019

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดนาฬิกาหรูกำลังแยกออกเป็นสองระดับอย่างชัดเจน ตลาดระดับกลางอาจอ่อนไหวต่อราคามากขึ้น แต่ลูกค้าระดับบนยังคงมีกำลังซื้อสินค้าที่ใช้โลหะมีค่า มีความหายาก หรือมีสถานะทางสังคมสูง
การปรับราคาครั้งที่สองภายในปีเดียวสะท้อนว่า Rolex มี Pricing Power หรือความสามารถในการตั้งราคาเหนือกว่าธุรกิจทั่วไป แบรนด์เชื่อว่าฐานลูกค้าหลักยังยอมรับราคาใหม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้อรุ่นทองคำและโลหะมีค่า แต่ Pricing Power ไม่ได้หมายความว่า Rolex สามารถขึ้นราคาได้โดยไม่มีข้อจำกัด เพราะตลาดรองยังทำหน้าที่สะท้อนว่าผู้ซื้อให้คุณค่ากับแต่ละ Ref. Number ไม่เท่ากัน
Daytona ทองคำบางรุ่นสามารถรักษาราคาตลาดรองเหนือราคาป้าย ขณะที่ Yacht-Master และ GMT-Master II ทองคำบางรุ่นยังมีราคาตลาดต่ำกว่าราคาป้าย ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ชื่อ Rolex และวัสดุทองคำเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะรับประกันมูลค่าขายต่อ
ในมุมธุรกิจ การปรับราคาแบบเฉพาะเจาะจงช่วยให้ Rolex สามารถรักษาราคาของสินค้าระดับเริ่มต้นไว้ได้ ขณะเดียวกันก็เพิ่มรายได้ต่อเรือนจากลูกค้าระดับบน โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มแรงกดดันให้กับลูกค้าทุกกลุ่มพร้อมกัน
ราคาที่สูงขึ้นยังทำหน้าที่เป็นตัวคัดกรองลูกค้าโดยธรรมชาติ ยิ่งรุ่นทองคำมีราคาห่างจากรุ่นสตีลมากเท่าไร การครอบครองนาฬิกากลุ่ม Gold ก็ยิ่งถูกเชื่อมโยงกับความพิเศษและสถานะมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของแบรนด์ Luxury ที่ไม่จำเป็นต้องขายให้ได้จำนวนมากที่สุด แต่ต้องรักษาคุณค่าที่ลูกค้ายอมจ่ายในระดับสูง
Rolex ปรับราคา แล้วตลาดมือสองจะขึ้นตามหรือไม่
ราคาป้ายของ Rolex เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ผู้ซื้อ ร้านค้า และตลาดมือสองใช้เป็นจุดอ้างอิง เมื่อราคา Retail เพิ่มขึ้น ราคาตลาดรองอาจได้รับแรงส่งตามไปด้วย โดยเฉพาะรุ่นที่มีความต้องการสูงและหาได้ยากจากช็อป แต่อย่างไรก็ตาม Wristler ระบุว่า ผลต่อตลาด Grey Market จะขึ้นอยู่กับความหายากและความต้องการของแต่ละรุ่น ขณะเดียวกัน นาฬิกาทองคำล้วนบาง Reference อาจยังซื้อขายต่ำกว่าราคาป้ายได้ เนื่องจากต้องใช้เงินก้อนสูงและมีฐานผู้ซื้อแคบกว่ารุ่นสตีลยอดนิยม
ดังนั้น การที่ Rolex ปรับราคานาฬิกาทองขึ้น 5% ไม่ได้หมายความว่านาฬิกามือสองทุกเรือนจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 5% ทันที ราคาตลาดรองยังขึ้นอยู่กับ Reference หน้าปัด ปีผลิต สภาพ ความครบของอุปกรณ์ ปริมาณสินค้าที่มีขาย และความต้องการในช่วงเวลานั้น
ในทางกลับกัน รุ่นที่มีความนิยมสูงหรือเข้าถึงยากอาจตอบสนองต่อราคาป้ายใหม่ได้รวดเร็วกว่า เพราะผู้ซื้อในตลาดมือสองใช้ราคาป้ายล่าสุดเป็นหนึ่งในเกณฑ์พิจารณาว่าราคาที่ผู้ขายตั้งอยู่ในระดับเหมาะสมหรือไม่ นอกจากนั้นข่าว Rolex update รอบนี้อาจทำให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อกังวลว่า ราคาจะปรับขึ้นอีกจนต้องรีบซื้อ แต่การซื้อสินค้าราคาหลักล้านเพราะกลัวพลาดเพียงอย่างเดียวอาจเพิ่มความเสี่ยงในการตัดสินใจ
โดยผู้ซื้อที่ต้องการ Rolex ทองคำจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการต้องเตรียมงบประมาณสูงขึ้น ควรเริ่มจากการตรวจสอบราคาป้ายไทยของ Reference ที่ต้องการ โดยเฉพาะรุ่นที่ได้รับผลจากทั้งการปรับราคาช่วงต้นปีและการปรับรอบเดือนมิถุนายน แล้วนำไปเปรียบเทียบกับราคาตลาดมือสองในสภาพและอุปกรณ์ใกล้เคียงกัน หากรุ่นนั้นมีราคามือสองต่ำกว่าป้ายมาก การซื้อ Pre-Owned อาจคุ้มค่ากว่า แต่ต้องตรวจสอบความแท้ ที่มา สภาพ และความน่าเชื่อถือของผู้ขายอย่างละเอียด

เพราะการรีบซื้อจากความกังวลว่าราคาป้ายจะเพิ่มอีกอาจไม่เหมาะกับทุก Ref. เพราะนาฬิกาทองคำบางรุ่นมีราคาตลาดรองต่ำกว่าราคาป้ายมากกว่า 20–30% ขณะที่บางรุ่นอย่าง Daytona บาง Ref. ยังคงซื้อขายเหนือราคาป้าย
และ สำหรับนักสะสม การปรับราคาครั้งนี้ยืนยันว่า Rolex ยังมีความมั่นใจในความแข็งแรงของแบรนด์และกำลังซื้อของลูกค้าระดับบน แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานว่านาฬิกาทองคำทุกรุ่นจะให้ผลตอบแทนดี สิ่งที่นักสะสมควรพิจารณายังคงเป็น Ref. Number หน้าปัด สีของทองคำ ความหายาก สถานะการผลิต จำนวนสินค้าในตลาด สภาพ ความครบของอุปกรณ์ และความต้องการของผู้ซื้อในตลาดรอง
รุ่นที่มีความต้องการสูงและซื้อขายเหนือราคาป้ายอยู่แล้ว อาจได้รับแรงสนับสนุนด้านการรับรู้มูลค่าจากราคาป้ายใหม่มากกว่า ส่วนรุ่นที่มีราคาตลาดรองต่ำกว่าราคาป้าย การปรับราคาขึ้นอาจทำให้ส่วนต่างระหว่างราคามือหนึ่งกับราคามือสองกว้างขึ้น สุดท้าย ไม่ควรตีความว่าการขึ้นราคาป้ายคือการรับประกันผลกำไร การปรับราคาสะท้อนความแข็งแกร่งและ Pricing Power ของ Rolex แต่ผลตอบแทนของผู้ซื้อแต่ละคนยังขึ้นอยู่กับราคาที่ซื้อ รุ่นที่เลือก ระยะเวลาถือครอง และราคาที่สามารถขายได้จริง
สำหรับผู้ที่มี Rolex อยู่แล้ว ราคาป้ายที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยยกระดับราคาอ้างอิงของนาฬิการุ่นเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของจะสามารถขายนาฬิกาได้แพงขึ้น 5% ทันที หากรุ่นที่ถือครองมีความต้องการสูง สภาพดี อุปกรณ์ครบ และหาได้ยากในตลาด ราคาป้ายใหม่อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนมูลค่าได้ แต่หากรุ่นดังกล่าวมีราคาตลาดรองต่ำกว่าราคาป้ายอยู่แล้ว ราคาที่ผู้ซื้อจริงยินดีจ่ายอาจยังไม่เปลี่ยนแปลงตามราคาใหม่ของ Rolex
แต่หากต้องการขายหรือเปลี่ยนนาฬิกาเป็นเงินสด ผู้ครอบครองยังต้องพิจารณาราคาซื้อขายจริงในตลาด ไม่ใช่อ้างอิงจากราคาป้ายเพียงอย่างเดียว เพราะนาฬิกาทองคำบางรุ่นอาจมีส่วนต่างระหว่าง Retail Price กับ Resale Price ค่อนข้างมาก ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อมูลค่าประเมิน ได้แก่ สภาพเดิมของตัวเรือน การผ่านการขัดแต่งหรือ Polishing รอยบุบหรือรอยลึก กล่อง ใบรับประกัน ข้อสาย อุปกรณ์ครบชุด ประวัติการเข้ารับบริการ และความนิยมของ Reference ในตลาดปัจจุบัน
สรุป Rolex ปรับราคาทอง 5% รอบที่ 2 ของปี 2026
การปรับราคา Rolex รอบเดือนมิถุนายน 2026 ยืนยันได้ว่าเน้นกลุ่มนาฬิกาทองคำ โดย Reuters รายงานว่าราคาในตลาดหลักเพิ่มเฉลี่ยประมาณ 5% และเป็นการปรับราคาครั้งที่สองภายในปีเดียว หลังจากเดือนมกราคมมีการปรับราคาเฉลี่ยรวม 6.2% ในห้าตลาดสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 5% เป็นค่าเฉลี่ย ไม่ใช่อัตราที่ใช้กับทุกรุ่น จากข้อมูลตลาดอิตาลี รุ่นที่นำมาเปรียบเทียบปรับขึ้นจริงตั้งแต่ประมาณ 4.79–5.32% ขณะที่ตลาดเนเธอร์แลนด์พบว่า Rolesor หรือทูโทนเพิ่มเฉลี่ย 2.47% ด้วย จึงไม่ควรสรุปว่ารอบนี้ครอบคลุมเฉพาะทองคำล้วนเท่านั้น
ส่วนเหตุผลของการขึ้นราคา ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามาจากราคาทองคำโดยตรง เพราะ Rolex ไม่ได้ออกประกาศชี้แจงและปฏิเสธให้ความเห็นต่อ Reuters ราคาทองคำจึงควรถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ร่วมกับต้นทุนวัตถุดิบ อัตราแลกเปลี่ยน ค่าแรง ต้นทุนการผลิต และกลยุทธ์การวางตำแหน่งแบรนด์
สำหรับผู้ถือครอง ราคาป้ายที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการประเมินมูลค่า แต่ไม่ได้ทำให้ราคาขายต่อหรือวงเงินขายฝากเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะมูลค่าที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับรุ่น Ref. Number ความแท้ สภาพ อุปกรณ์ ปีผลิต ความนิยม และราคาตลาดรอง ณ วันที่ประเมิน
สำหรับเจ้าของ Rolex ที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน สามารถนำมาประเมินมูลค่าได้ หากต้องการเงินสดโดยไม่อยากขายขาดทันที สามารถนำ Rolex มาประเมินเพื่อขายฝากหรือขอสินเชื่อกับ Brandname Money ได้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินตามสภาพจริงของสินค้า เน้นความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และการดูแลสินทรัพย์ของลูกค้าอย่างเหมาะสม

Brandname Money มีการประเมินเร็ว รับเงินภายใน 1 ชั่วโมง ระบบเก็บรักษา 1 ต่อ 1 ดอกถูกกฎหมาย 1.25% ต่อเดือน และไม่จำกัดวงเงินประเมินสูงสุดตามข้อมูลใน Brandbook ดังนั้น หากเจ้าของนาฬิกา Audemars Piguet ต้องการใช้มูลค่าของสินทรัพย์เพื่อบริหารเงินสด การประเมินกับผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจตลาดนาฬิกาแบรนด์เนมจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้โดยไม่ต้องรีบขายสินทรัพย์ออกจากพอร์ต
หากต้องการนำ Rolex มาเปลี่ยนเป็นเงินทุนหมุนเวียน ราคาป้ายล่าสุดสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่การประเมินวงเงินจริงของ Brandname Money จะยังพิจารณาจาก Ref. Number ความแท้ สภาพตัวเรือน อุปกรณ์ กล่อง ใบรับประกัน ปีผลิต ประวัติการซ่อม ความต้องการของตลาด และราคาตลาดรองของนาฬิกาเรือนนั้น ณ วันที่ประเมินครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Rolex ปรับราคา 2026
Rolex ปรับราคานาฬิกาทองคำรอบล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2026 โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 5% ในตลาดหลัก และนับเป็นการขึ้นราคาครั้งที่ 2 ของปี
โดยเฉลี่ย นาฬิกาทองคำล้วนเพิ่มขึ้นประมาณ 4.8–5% ขณะที่รุ่นตัวเรือนทองคำพร้อมสาย Oysterflex เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 5.02%
รุ่น Rolesor หรือทูโทนปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2.47% ในข้อมูลราคาแนะนำจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งต่ำกว่ารุ่นทองคำล้วนเพราะใช้ทองคำในสัดส่วนที่น้อยกว่า
ไม่จำเป็น ราคาตลาดมือสองยังขึ้นอยู่กับความนิยม ความหายาก สภาพ อุปกรณ์ และปริมาณสินค้าที่มีขาย แม้ราคาป้ายใหม่จะช่วยยกระดับจุดอ้างอิงของตลาดก็ตาม
สนใจติดต่อสอบถามหรือ ให้เราประเมินราคาขายฝากเบื้องต้นได้ที่
- Facebook: Brandname Money Co.,Ltd
- Line: @brandnamemoney
- Instagram: brandnamemoney
TikTok: brandnamemoney - โทร: 085-910-1010
- E-Mail: support@brandnamemoney.com
เพราะสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ควรได้รับข้อมูลที่มีมาตรฐานเช่นกัน และการตัดสินใจทางการเงินที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้องเสมอครับ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด
