
7 นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิง ดีไซน์หรู น่าสะสม
นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิง กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่ม Royal Oak ขนาด 23–37 มิลลิเมตร ซึ่งรวมเอกลักษณ์ของนาฬิกาสปอร์ตลักชัวรีเข้ากับสัดส่วนที่เหมาะกับข้อมือผู้หญิงได้อย่างลงตัว
กระแสในช่วงหลังไม่ได้จำกัดอยู่เพียงนาฬิกาตัวเรือนเล็กหรือรุ่นประดับเพชรเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงหน้าปัดสีที่มีความต้องการสูง เช่น Pink, Ice Blue, Silver และ Blue รวมถึงรุ่นทองชมพูเต็มเรือนที่ถูกมองเป็นได้ทั้งนาฬิกา เครื่องประดับ และสินค้าสะสม
หนึ่งในรุ่นที่สะท้อนกระแสนี้ได้ชัดคือ Royal Oak Selfwinding 34 mm Ref. 77450OR หน้าปัดสีชมพู ซึ่งปัจจุบันพบราคาประกาศขายในตลาดรองตั้งแต่ประมาณ 3.5 ล้านบาทไปจนถึงมากกว่า 4 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญตลาดนาฬิกาไทยที่ Brandname Money ได้รับระบุว่า รุ่นดังกล่าวเคยซื้อขายหรือเสนอขายกันในระดับ 2 ล้านบาทปลายในช่วงก่อนหน้า ก่อนขยับเข้าสู่ระดับ 3 ล้านบาทขึ้นไปตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น
กระแสยังได้รับแรงส่งจากการสวมใส่ของบุคคลในวงการแฟชั่นและบันเทิง เช่น คุณต้าเหนิง กัญญาวีร์ ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพขณะสวม Royal Oak Ref. 77450OR หน้าปัดสีชมพู ทำให้รุ่นนี้ถูกพูดถึงในกลุ่มผู้หญิงและนักสะสมไทยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คำว่า “น่าสะสม” ไม่ได้หมายความว่านาฬิกาทุกรุ่นจะสร้างผลตอบแทนได้เสมอไป เพราะตลาดนาฬิกาผู้หญิงโดยทั่วไปมีฐานผู้ซื้อและสภาพคล่องน้อยกว่านาฬิกาผู้ชาย การเลือก Ref. ขนาด สีหน้าปัด วัสดุ และระดับราคาที่ตลาดยอมรับจึงมีความสำคัญอย่างมาก
ราคาตลาดรองในบทความนี้เป็น “ราคาประกาศขาย” จากแพลตฟอร์ม Chrono24 ไม่ใช่ราคาซื้อขายสำเร็จ ราคาจริงอาจต่ำกว่าหรือสูงกว่าประกาศตามสภาพ ปีผลิต อุปกรณ์ ประเทศผู้ขาย ภาษี ค่าขนส่ง และการต่อรอง โดยตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026
ทำไม นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิง ถึงน่าสะสม
Royal Oak เปิดตัวครั้งแรกในปี 1972 และกลายเป็นหนึ่งในนาฬิกาสปอร์ตลักชัวรีที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุด ด้วยขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยม สกรู 8 ตัว หน้าปัดลาย Tapisserie และสายโลหะที่เชื่อมต่อกับตัวเรือนแบบ Integrated Bracelet ปัจจุบัน Audemars Piguet ระบุว่า Royal Oak มีการสร้างสรรค์ออกมาแล้วมากกว่า 500 รูปแบบ และยังคงเป็นคอลเลกชันหลักของแบรนด์
ดีไซน์ที่จดจำได้ง่ายมีความสำคัญต่อการสะสม เพราะช่วยให้รุ่นได้รับการยอมรับทั้งในกลุ่มผู้ซื้อทั่วไปและตลาดมือสอง โดยเฉพาะ Ref. ที่ยังรักษาองค์ประกอบดั้งเดิมของ Royal Oak ไว้ครบ เช่น ตัวเรือนโลหะเต็มเรือน หน้าปัด Grande Tapisserie และสาย Integrated Bracelet และนาฬิกา AP Royal Oak ผู้หญิงในลิสต์นี้มีขนาดตั้งแต่ 23, 33, 34 ไปจนถึง 37 มิลลิเมตร ไม่ใช่การนำรุ่นผู้ชายขนาด 41 มิลลิเมตรมาเรียกว่าเหมาะกับผู้หญิงโดยไม่มีเหตุผลรองรับ
ขนาด 23 มิลลิเมตรให้ลักษณะคล้ายเครื่องประดับ ขนาด 33–34 มิลลิเมตรเหมาะกับการใส่ทุกวันและข้อมือเล็กถึงกลาง ส่วนขนาด 37 มิลลิเมตรตอบโจทย์ผู้หญิงที่ชอบนาฬิกาเด่นบนข้อมือหรือชอบสไตล์ Unisex นอกจากเส้นผ่านศูนย์กลางแล้ว ความหนายังมีผลต่อความสบายในการสวมใส่ โดยรุ่น Quartz 33 มิลลิเมตรบางเพียง 7 มิลลิเมตร ขณะที่รุ่น Selfwinding 34 มิลลิเมตรหนา 8.8 มิลลิเมตร และรุ่น 37 มิลลิเมตรหนา 9.1 มิลลิเมตร

ในกลุ่ม Royal Oak สีหน้าปัดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสวยงาม แต่มีผลต่อความต้องการและระดับราคาตลาดรองอย่างชัดเจน หน้าปัด Ice Blue หรือ Light Blue เป็นหนึ่งในสีที่ผู้ซื้อสอบถามและสั่งซื้อจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับตัวเรือนสตีลและขอบเพชรจากโรงงาน ปัจจุบัน Ref. 77451ST ขนาด 34 มิลลิเมตรและ Ref. 15551ST ขนาด 37 มิลลิเมตรมีราคาประกาศขายในระดับใกล้เคียงหรือสูงกว่าหลายสีในสเปกเดียวกัน
ส่วนหน้าปัด Pink ของ Ref. 77450OR ได้รับความสนใจจากการผสมระหว่างสีหน้าปัดกับตัวเรือน Pink Gold แบบ Tone-on-Tone ขณะที่หน้าปัด Silver หรือ White ของ Ref. 15551OR เป็นตัวเลือกที่เริ่มได้รับความนิยมจากผู้ที่ต้องการนาฬิกาทองชมพูแต่ไม่ต้องการหน้าปัดสีน้ำเงิน และที่สำคัญ Royal Oak บางรุ่นโดดเด่นด้านสภาพคล่อง เช่น รุ่นสตีลหน้าปัดสีที่เป็นที่ต้องการ ขณะที่บางรุ่นเด่นด้านความหายาก วัสดุ หรือดีไซน์ เช่น Royal Oak Mini Frosted Gold
การซื้อเพื่อสะสมจึงควรเริ่มจากการแยกให้ออกว่าแต่ละรุ่นเด่นด้านใด ระหว่างดีไซน์และการสวมใส่, ความหายาก, ความต้องการในตลาด, การรักษามูลค่า หรือความเหมาะสมในการซื้อใช้มากกว่าการลงทุน
7 นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิง ดีไซน์หรู น่าสะสม
1. Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding 34 mm Pink Gold Pink Dial Ref. 77450OR.OO.1361OR.01
Royal Oak Ref. 77450OR เป็นหนึ่งในนาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิงที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาดปัจจุบัน ด้วยการใช้ตัวเรือนและสายทองชมพู 18 กะรัต จับคู่กับหน้าปัดสีชมพูลาย Grande Tapisserie ทำให้ภาพรวมเป็นสี Pink-on-Pink ที่โดดเด่นและแตกต่างจาก Royal Oak ทองชมพูหน้าปัดสีพื้นทั่วไป
ตัวเรือนมีขนาด 34 มิลลิเมตร หนา 8.8 มิลลิเมตร ผลิตจากทองชมพู 18 กะรัต กระจกและฝาหลังเป็นแซฟไฟร์กันแสงสะท้อน และกันน้ำได้ 50 เมตร ขนาดดังกล่าวเหมาะกับข้อมือผู้หญิงขนาดเล็กถึงกลาง แต่เนื่องจากเป็นทองคำเต็มเรือน น้ำหนักจริงจึงมากกว่ารุ่นสตีลขนาดเดียวกันครับ ภายในใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 5800 แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ สำรองพลังงานประมาณ 50 ชั่วโมง มีชิ้นส่วนทั้งหมด 186 ชิ้น และสามารถมองเห็นการตกแต่งกลไกผ่านฝาหลังแซฟไฟร์

จุดแข็งของรุ่นนี้คือความต่อเนื่องของโทนสี ตัวเรือนทองชมพู สายทองชมพู และหน้าปัดสีชมพูถูกนำมารวมกันโดยไม่ดูหวานจนเกินไป เนื่องจากโครงสร้างทรงเรขาคณิตของ Royal Oak ช่วยรักษาความสปอร์ตและความคมของตัวเรือนเอาไว้ การที่ต้าเหนิง กัญญาวีร์สวม Ref. นี้ยังช่วยผลักดันให้รุ่นเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้หญิงไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ติดตามแฟชั่นและนาฬิกาหรู
รุ่นนี้เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการนาฬิกา Statement Piece ชอบสีชมพูแต่ยังต้องการความหรูที่มีโครงสร้างชัดเจน รวมถึงผู้สะสมที่ต้องการ Royal Oak ผู้หญิงรุ่นที่กำลังอยู่ในกระแสตลาด ราคาประกาศขาย Ref. เดียวกันประมาณ 3.51–4.40 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นเรือนปี 2024–2026 สภาพใหม่หรือใกล้เคียงของใหม่ พร้อมกล่องและใบรับประกัน
รุ่นนี้เด่นทั้งด้านดีไซน์ กระแส และความต้องการในตลาด โดยข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญตลาดไทยที่ Brandname Money ได้รับระบุว่า ราคาของรุ่นเคยอยู่ในระดับ 2 ล้านบาทปลาย ก่อนขยับเข้าสู่ระดับ 3 ล้านบาทขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ราคาปัจจุบันมีส่วน Premium จากกระแสค่อนข้างสูง ผู้ซื้อจึงควรระวังการเข้าซื้อในช่วงที่ตลาดร้อนแรง เพราะราคาประกาศขายอาจไม่ได้สะท้อนราคาที่สามารถขายต่อได้ทันที
2. Audemars Piguet Royal Oak Mini Frosted Gold Quartz Pink Gold Ref. 67630OR.GG.1312OR.01-C
Royal Oak Mini เป็นรุ่นที่ทำให้กระแสนาฬิกาขนาดเล็กกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดย Audemars Piguet นำแรงบันดาลใจจาก Mini Oak ปี 1997 มาตีความใหม่ในตัวเรือนขนาดเพียง 23 มิลลิเมตร ตัวเรือนและสายผลิตจากทองชมพู 18 กะรัต ผ่านการตกแต่งแบบ Frosted Gold ซึ่งทำให้พื้นผิวเกิดประกายคล้ายการประดับอัญมณี ขนาดตัวเรือน 23 มิลลิเมตร หนาเพียง 6.6 มิลลิเมตร และกันน้ำได้ 50 เมตร
ภายในใช้กลไก Quartz Calibre 2730 แสดงชั่วโมงและนาที หน้าปัดใช้ลาย Petite Tapisserie แบบ Tone-on-Tone สีทองชมพู Audemars Piguet ระบุว่ารุ่นนี้เป็นหนึ่งในสามเวอร์ชันของ Royal Oak Mini ที่ผลิตจาก Yellow Gold, White Gold และ Pink Gold ครับ

รุ่นนี้มีบุคลิกใกล้เคียงกำไลข้อมือมากกว่านาฬิกาสปอร์ตแบบดั้งเดิม ขนาดเล็กช่วยให้สามารถสวมคู่กับกำไลหรือจิวเวลรี่อื่นได้ โดยพื้นผิว Frosted Gold จะสะท้อนแสงจากรอยตกแต่งบนทองคำแทนการใช้เพชรเต็มตัวเรือน นอกจากนั้น Royal Oak Mini ยังตอบสนองแนวโน้มที่ผู้ซื้อกลับมาให้ความสนใจกับนาฬิกาขนาดเล็กและ Jewelry Watch มากขึ้น โดยสื่อแฟชั่นต่างประเทศรายงานว่ารุ่นนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มคนดังและผู้ติดตามแฟชั่นอย่างรวดเร็ว
รุ่นนี้เหมาะกับผู้หญิงข้อมือเล็ก ผู้ที่ชอบนาฬิกาแบบ Jewelry Watch และผู้ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์มากกว่าความซับซ้อนของกลไก ราคาประกาศขาย Ref. 67630OR ปัจจุบันอยู่ประมาณ 3.05–3.61 ล้านบาท โดยมีบางรายการเสนอราคาสูงกว่ากรอบดังกล่าวตามประเทศผู้ขายและสภาพสินค้า
Royal Oak Mini เด่นมากด้านดีไซน์ กระแสแฟชั่น และความเป็น Jewelry Watch แต่ตลาดผู้ซื้ออาจเฉพาะกลุ่มกว่ารุ่น Selfwinding ขนาด 34 มิลลิเมตร สื่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมคือกลไก Quartz ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์นักสะสมที่ให้ความสำคัญกับกลไกจักรกล อย่างไรก็ตาม ในกรณีของรุ่นนี้ มูลค่าหลักมาจากวัสดุทองคำ งาน Frosted Gold ขนาด Mini และความต้องการด้านแฟชั่นมากกว่าความซับซ้อนของเครื่อง
3. Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding 34 mm Ice Blue Diamond Bezel Ref. 77451ST.ZZ.1361ST.03
Ref. 77451ST เป็นหนึ่งในนาฬิกา AP Royal Oak ผู้หญิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดปัจจุบัน ด้วยขนาด 34 มิลลิเมตร หน้าปัด Light Blue หรือที่ตลาดนิยมเรียกว่า Ice Blue และขอบเพชรจากโรงงาน ตัวเรือนและสายผลิตจากสเตนเลสสตีล ขนาด 34 มิลลิเมตร หนา 8.8 มิลลิเมตร ขอบหน้าปัดประดับเพชร Brilliant-Cut 40 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 0.71 กะรัต และกันน้ำได้ 50 เมตร (Audemars Piguet Official – Ref. 77451ST)
ภายในใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 5800 แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ พร้อมพลังงานสำรองประมาณ 50 ชั่วโมง หน้าปัด Ice Blue สร้างความต่างจากตัวเรือนสตีลโดยไม่ดูฉูดฉาดเกินไป สีหน้าปัดสามารถเปลี่ยนความเข้มตามแสง ขณะที่ขอบเพชรโรงงานช่วยเพิ่มความหรูโดยยังคงบุคลิก Sport Luxury ไว้ครบครับ

ขนาด 34 มิลลิเมตรเหมาะกับข้อมือผู้หญิงมากกว่า 37 มิลลิเมตร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการนาฬิกาใส่ประจำ แต่ยังต้องการให้ Royal Oak มีความโดดเด่นบนข้อมือ เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการ AP เรือนหลักสำหรับใส่ทั้งวันทำงานและโอกาสพิเศษ ชอบสีหน้าปัดที่เป็นที่ต้องการในตลาด และต้องการกลไกอัตโนมัติในขนาดที่ไม่ใหญ่เกินไป
ราคาประกาศขายประมาณ 1.98–2.66 ล้านบาท โดยเรือนปี 2025–2026 สภาพใหม่และ Full Set มักอยู่ในช่วงประมาณ 2.3–2.6 ล้านบาท รุ่นนี้เด่นด้านดีมานด์และความเหมาะสมกับข้อมือผู้หญิง หน้าปัด Ice Blue เป็นสีที่มีผู้ซื้อสอบถามจำนวนมากและมักมีราคาสูงกว่าสี Blue หรือสีมาตรฐานบางรุ่น
อย่างไรก็ตาม Ref. .03 ต้องไม่ถูกนำไปเปรียบเทียบราคาปะปนกับ Ref. .01 ซึ่งเป็นรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปีและมีตุ้มโรเตอร์ “50-years” เพราะแม้หน้าตาใกล้เคียงกัน แต่รายละเอียดและสถานะของ Ref. แตกต่างกัน
4. Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding 37 mm Ice Blue Diamond Bezel Ref. 15551ST.ZZ.1356ST.04
Ref. 15551ST เป็นอีกหนึ่งรุ่น Ice Blue ที่ได้รับความนิยมสูง แต่มีขนาดใหญ่กว่า Ref. 77451ST ทำให้เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบนาฬิกาเด่นบนข้อมือหรือมีข้อมือขนาดกลางขึ้นไป ตัวเรือนและสายผลิตจากสเตนเลสสตีล ขนาด 37 มิลลิเมตร หนา 9.1 มิลลิเมตร ขอบประดับเพชร Brilliant-Cut 40 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 0.92 กะรัต และกันน้ำได้ 50 เมตร
ภายในใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 5900 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า Calibre 5800 ในรุ่น 34 มิลลิเมตร และสำรองพลังงานประมาณ 60 ชั่วโมง แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ นอกจากนั้นความแตกต่าง ไม่ได้มีเพียงขนาดหน้าปัด แต่รวมถึงกลไกและพลังงานสำรอง รวมทั้งรายละเอียด ดังตารางด้านล่างนี้ครับ
| รายละเอียด | 77451ST | 15551ST |
| ขนาด | 34 มม. | 37 มม. |
| ความหนา | 8.8 มม. | 9.1 มม. |
| กลไก | Calibre 5800 | Calibre 5900 |
| พลังงานสำรอง | ประมาณ 50 ชม. | ประมาณ 60 ชม. |
| น้ำหนักเพชรบนขอบ | ประมาณ 0.71 กะรัต | ประมาณ 0.92 กะรัต |
| ลักษณะการสวมใส่ | เหมาะกับข้อมือเล็ก–กลาง | เด่นและออกแนว Unisex |
ขนาด 37 มิลลิเมตรทำให้เห็นลาย Grande Tapisserie และสี Ice Blue ได้ชัดกว่า 34 มิลลิเมตร ขณะเดียวกันขอบเพชร 0.92 กะรัตช่วยเพิ่มความโดดเด่นโดยไม่ทำให้สูญเสียภาพลักษณ์ของ Royal Oak เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบนาฬิกา Statement ขนาดกำลังชัดเจน ผู้ที่มีข้อมือกลางถึงใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการนาฬิกาเรือนเดียวที่ใช้ร่วมกันได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายครับ

ราคาประกาศขายส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 2.37–2.69 ล้านบาท โดยมีบางรายการสูงกว่า 3 ล้านบาทตามผู้ขายและสถานะสินค้า Ref. 15551ST มีข้อได้เปรียบจากสี Ice Blue และขนาด Unisex ซึ่งช่วยเพิ่มฐานผู้ซื้อเมื่อเทียบกับรุ่นผู้หญิงขนาดเล็กมาก แต่ผู้หญิงข้อมือเล็กควรทดลองสวมจริง เพราะ Royal Oak มีสาย Integrated Bracelet ที่ทำให้นาฬิกากินพื้นที่บนข้อมือมากกว่านาฬิกาทรงกลมทั่วไป
ในมุมตลาด 77451ST และ 15551ST ต่างได้รับความนิยมสูง การเลือกจึงควรพิจารณาจากข้อมือและสไตล์มากกว่ามองว่าขนาดใดจะให้ผลตอบแทนดีกว่าเสมอไป
5. Audemars Piguet Royal Oak Quartz 33 mm Pink Gold Blue Dial Ref. 67651OR.ZZ.1261OR.02
Ref. 67651OR เป็น Royal Oak ผู้หญิงที่มีสัดส่วนคลาสสิก ตัวเรือนบาง และใช้ทองชมพูเต็มเรือน จับคู่กับหน้าปัดสีน้ำเงินและขอบเพชรจากโรงงาน ตัวเรือนและสายผลิตจากทองชมพู 18 กะรัต ขนาด 33 มิลลิเมตร หนาเพียง 7 มิลลิเมตร ขอบประดับเพชร Brilliant-Cut 40 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 0.73 กะรัต และกันน้ำได้ 50 เมตร
ภายในใช้กลไก Quartz Calibre 2713 หนาเพียง 2.3 มิลลิเมตร แสดงชั่วโมง นาที และวันที่ กลไก Quartz ช่วยให้ตัวเรือนบางและใช้งานสะดวก ไม่ต้องตั้งเวลาใหม่บ่อยเหมือนกลไกอัตโนมัติ
สีน้ำเงินเข้มตัดกับทองชมพูและเพชรได้ชัดเจน เป็นคู่สีที่ดูคลาสสิกและใช้งานได้ยาวกว่าสีแฟชั่นบางสี ตัวเรือนหนาเพียง 7 มิลลิเมตรทำให้เหมาะกับการใส่ใต้แขนเสื้อหรือใส่ในชีวิตประจำวัน เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการนาฬิกาทองคำเต็มเรือนแต่ให้ความสำคัญกับความบางและความสะดวกในการใช้งาน รวมถึงผู้ที่ชอบ Royal Oak สไตล์คลาสสิกมากกว่ารุ่นตามกระแสสีใหม่

ราคาประกาศขายประมาณ 2.65–3.10 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นเรือน Full Set ปี 2022–2026 ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญตลาดไทยที่ Brandname Money ระบุว่า ราคา Grey Market ของ Ref. 67651OR บางช่วงเพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ ขณะที่ข้อมูล WatchCharts ในระดับตระกูลรุ่น 67651OR รายงานการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกประมาณ 19.2% สำหรับเรือนสภาพใหม่ครับ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข WatchCharts เป็นข้อมูลรวมของตระกูล 67651OR และไม่ได้แยกเฉพาะ Ref. .02 จึงควรใช้เป็นแนวโน้มภาพรวม ไม่ใช่ผลตอบแทนเฉพาะรุ่น
รุ่นนี้มีจุดเด่นด้านความบาง วัสดุ และดีไซน์มากกว่าความหายาก การซื้อในราคาที่เหมาะสมจึงสำคัญกว่าการไล่ซื้อเพราะเห็นเปอร์เซ็นต์การเติบโตในอดีต
6. Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding 37 mm Pink Gold Silver Dial Ref. 15551OR.ZZ.1356OR.04
Ref. 15551OR หน้าปัดสี Silver หรือที่ตลาดมักเรียกว่า White Dial เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ชอบ Royal Oak ทองชมพูแต่ไม่ต้องการหน้าปัด Blue หรือ Ice Blue ตัวเรือนและสายผลิตจากทองชมพู 18 กะรัต ขนาด 37 มิลลิเมตร หนา 9.1 มิลลิเมตร ขอบประดับเพชร Brilliant-Cut 40 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 0.92 กะรัต และกันน้ำได้ 50 เมตร (Audemars Piguet Official – Ref. 15551OR)
ภายในใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 5900 สำรองพลังงานประมาณ 60 ชั่วโมง แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ หน้าปัด Silver-Toned ช่วยให้สีทองชมพูและเพชรเป็นจุดเด่นมากกว่าหน้าปัด ตัวเรือนจึงดูหรูแต่ยังใช้งานได้หลากหลาย ไม่ผูกกับสีเสื้อผ้าหรือกระแสสีหน้าปัดมากเกินไป
เมื่อเทียบกับ Ice Blue รุ่นนี้อาจดูไม่โดดเด่นในภาพถ่ายเท่า แต่มีข้อได้เปรียบด้านความคลาสสิกและความง่ายในการจับคู่กับจิวเวลรี่ เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบความหรูแบบเรียบ คลาสสิก และต้องการนาฬิกาทองชมพูเต็มเรือนที่สามารถใส่ได้ทั้งชุดทำงานและงานกลางคืน

ราคาประกาศขายประมาณ 3.15–4.07 ล้านบาท โดยรายการ Full Set ปี 2025–2026 ส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 3.5–3.9 ล้านบาท ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญตลาดไทยมองว่า White Dial เป็นสีที่กำลังได้รับความนิยมและอาจมีฐานผู้ซื้อใกล้เคียงกับ Ice Blue มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ต้องการหน้าปัดสีฟ้าครับ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่า White Dial จะมีราคาสูสีกับหรือสูงกว่า Ice Blue ในอนาคต จึงควรมองเป็นรุ่นที่ “มีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น” มากกว่าการรับประกันว่าราคาจะขึ้น ข้อดีของรุ่นนี้คือดีไซน์ไม่ตามกระแสมากเกินไป แต่ข้อจำกัดคือราคาสูง น้ำหนักมาก และฐานผู้ซื้อทองชมพู 37 มิลลิเมตรอาจแคบกว่ารุ่นสตีล
7. Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding 34 mm Two-Tone Ref. 77350SR.OO.1261SR.01
Ref. 77350SR เป็น Royal Oak ขนาด 34 มิลลิเมตรแบบ Two-Tone ซึ่งนำสเตนเลสสตีลและทองชมพูมาใช้ร่วมกัน เป็นรุ่นที่ปัจจุบันพบในตลาดน้อยกว่ารุ่นสตีลทั่วไป ตัวเรือนผลิตจากสเตนเลสสตีล ขอบหน้าปัดและเม็ดมะยมเป็นทองชมพู 18 กะรัต สายเป็นสเตนเลสสตีลสลับข้อกลางทองชมพู ตัวเรือนขนาด 34 มิลลิเมตร หนา 8.8 มิลลิเมตร หน้าปัดสีเงินลาย Grande Tapisserie และกันน้ำได้ 50 เมตร ภายในใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 5800 สำรองพลังงานประมาณ 50 ชั่วโมง แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่

การผสมระหว่างสตีลและทองชมพูช่วยให้รุ่นมีความหรูมากกว่าสตีลเต็มเรือน แต่ไม่หนักหรือมีราคาสูงเท่าทองชมพูเต็มเรือน หน้าปัดสีเงินยังช่วยให้ใส่ได้ง่ายและไม่ผูกกับกระแสสี เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบเครื่องประดับแบบ Two-Tone ใส่ทั้งทองและเงิน และต้องการ Royal Oak ที่พบเห็นในตลาดน้อยกว่ารุ่นสตีลพื้นฐาน
ราคาประกาศขายประมาณ 1.45–2.01 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นเรือนปี 2020–2022 และมีจำนวนรายการน้อยกว่ารุ่นสตีลยอดนิยม Ref. 77350SR เป็นรุ่นเจเนอเรชันก่อนหน้า ขณะที่คอลเลกชันปัจจุบันมี Ref. 77450SR เป็นรุ่น Two-Tone 34 มิลลิเมตรเจเนอเรชันใหม่
การที่ Ref. 77350SR พบในตลาดน้อยลงทำให้เป็นรุ่นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบดีไซน์ Two-Tone รุ่นเดิม แต่ยังไม่ควรใช้คำว่า Limited Edition หรือ Rare หากไม่มีข้อมูลจำนวนผลิตอย่างเป็นทางการ รุ่นนี้อาจไม่ได้มีดีมานด์ร้อนแรงเท่า Ice Blue หรือ Pink Dial แต่มีข้อดีตรงช่วงราคาที่ต่ำกว่ารุ่นทองเต็มเรือนและดีไซน์ที่แตกต่าง
ตารางสรุป 7 นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิง
| รุ่น | Ref. | ขนาด | วัสดุ | ราคาตลาดรอง / Listing | จุดเด่น | เหมาะกับใคร |
| Royal Oak Selfwinding Pink Dial | 77450OR.OO.1361OR.01 | 34 มม. | ทองชมพู 18K | ประมาณ 3.51–4.40 ล้านบาท | Pink-on-Pink กระแสแรง ดีมานด์สูง | ผู้ที่ต้องการรุ่นเด่นและกำลังเป็นที่นิยม |
| Royal Oak Mini Frosted Gold | 67630OR.GG.1312OR.01-C | 23 มม. | ทองชมพู 18K แบบ Frosted Gold | ประมาณ 3.05–3.61 ล้านบาท | Jewelry Watch ขนาด Mini | ผู้หญิงข้อมือเล็กและสายแฟชั่น |
| Royal Oak Ice Blue Diamond | 77451ST.ZZ.1361ST.03 | 34 มม. | สตีล ขอบเพชร | ประมาณ 1.98–2.66 ล้านบาท | Ice Blue ขนาดเหมาะกับผู้หญิง | ผู้ที่ต้องการสมดุลระหว่างใช้และสะสม |
| Royal Oak Ice Blue Diamond | 15551ST.ZZ.1356ST.04 | 37 มม. | สตีล ขอบเพชร | ประมาณ 2.37–2.69 ล้านบาท | Ice Blue ขนาด Unisex | ผู้หญิงที่ชอบนาฬิกาเด่นบนข้อมือ |
| Royal Oak Quartz Blue Dial | 67651OR.ZZ.1261OR.02 | 33 มม. | ทองชมพู 18K ขอบเพชร | ประมาณ 2.65–3.10 ล้านบาท | บาง 7 มม. ใส่ง่าย | ผู้ที่ต้องการนาฬิกาทองคำใช้งานสะดวก |
| Royal Oak Selfwinding White Dial | 15551OR.ZZ.1356OR.04 | 37 มม. | ทองชมพู 18K ขอบเพชร | ประมาณ 3.15–4.07 ล้านบาท | คลาสสิกและกำลังได้รับความนิยม | ผู้ที่ไม่ต้องการหน้าปัด Blue หรือ Ice Blue |
| Royal Oak Selfwinding Two-Tone | 77350SR.OO.1261SR.01 | 34 มม. | สตีลและทองชมพู 18K | ประมาณ 1.45–2.01 ล้านบาท | รุ่นก่อนหน้า พบในตลาดน้อยลง | ผู้ที่ชอบ Two-Tone และรุ่นเจเนอเรชันเดิม |
ราคาทั้งหมดเป็นราคาประกาศขาย ไม่ใช่ราคาซื้อขายสำเร็จ และอาจยังไม่รวมภาษี ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการนำเข้า นอกจากนั้น ราคาป้ายต่างประเทศในรูปถูกแปลงเป็นเงินบาทเพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น ส่วนราคาตลาดรองเป็นราคาประเมินหรือราคาประกาศขาย ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพสินค้า ปีผลิต อุปกรณ์ และความต้องการของตลาดครับ
วิธีเลือก นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิง ให้เหมาะกับข้อมือและไลฟ์สไตล์
1. เลือก นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิง จากขนาดข้อมือ และการใช้งาน
Royal Oak Mini ขนาด 23 มิลลิเมตรเหมาะกับผู้หญิงข้อมือเล็กหรือผู้ที่ชอบนาฬิกาทรงกำไล แต่ควรพิจารณาน้ำหนักจากทองคำเต็มเรือนและทดลองสวมจริง เพราะขนาดเล็กไม่ได้หมายความว่านาฬิกาจะเบาเสมอไป
ส่วนขนาด 33–34 มิลลิเมตรเป็นช่วงที่สมดุลที่สุดสำหรับผู้หญิงจำนวนมาก โดย Ref. 77451ST เหมาะกับผู้ที่ต้องการกลไกอัตโนมัติและสีหน้าปัดที่มีดีมานด์ ส่วน Ref. 67651OR เหมาะกับผู้ที่ต้องการตัวเรือนบางและความสะดวกของ Quartz
แต่ถ้าชอบนาฬิกาเด่นหรือสไตล์ Unisex ขนาด 37 มิลลิเมตร เช่น 15551ST และ 15551OR เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบนาฬิกามี Presence บนข้อมือ แต่ควรทดลองสวม เพราะสาย Integrated Bracelet ทำให้นาฬิกาดูกว้างกว่าตัวเลข 37 มิลลิเมตรครับ
2. เลือกสีหน้าปัดจากการใช้งานจริง
Ice Blue และ Pink เป็นสีที่มีดีมานด์สูง แต่ราคามักมี Premium ตามกระแส ขณะที่ Silver หรือ White อาจไม่ได้โดดเด่นเท่าในภาพถ่าย แต่ใส่ได้ง่ายและมีความเสี่ยงจากกระแสสีน้อยกว่า ผู้ซื้อควรถามตัวเองว่าเลือกสีเพราะชอบจริงหรือเลือกเพราะหวังว่าราคาจะเพิ่มขึ้น เพราะหากกระแสเปลี่ยน สีที่เคยมี Premium สูงอาจปรับตัวลงได้
3. เลือกกลไกให้ตรงกับความต้องการ
Quartz เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกและตัวเรือนบาง ส่วน Selfwinding เหมาะกับผู้ที่สนใจงานกลไก ฝาหลังใส และคุณค่าด้านการผลิต กลไก Quartz ไม่ได้หมายความว่าไม่น่าสะสม แต่ฐานผู้ซื้อในตลาดนักสะสมกลไกอาจแคบกว่า ผู้ซื้อจึงควรมองมูลค่าจากดีไซน์ วัสดุ และความหายากร่วมกัน
4. นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิง หากมองในด้านการลงทุน ควรศึกษาตลาดแต่ละรุ่น
ตลาดผู้หญิงมีสภาพคล่องต่ำกว่าตลาดผู้ชาย เนื่องจากโดยทั่วไปนาฬิกาผู้หญิงมีฐานผู้ซื้อและจำนวนผู้สะสมน้อยกว่านาฬิกาผู้ชาย ทำให้บางรุ่นใช้เวลาขายต่อนานกว่า แม้จะเป็นแบรนด์และคอลเลกชันที่ได้รับความนิยมก็ตาม
Royal Oak ทรงคลาสสิก หน้าปัดเดี่ยว และขนาด 34–37 มิลลิเมตรมักมีฐานผู้ซื้อมากกว่ารุ่นดีไซน์เฉพาะทางหรือไลน์สปอร์ตชัดเจนอย่าง Royal Oak Offshore อย่าง Offshore อาจเหมาะกับการซื้อมาใส่ใช้งานและสร้างสไตล์ส่วนตัว แต่ในตลาดผู้หญิงมักปล่อยต่อช้ากว่าและมีโอกาสขาดทุนมากกว่า Royal Oak ทรงคลาสสิก จึงไม่ได้ถูกนำมารวมในลิสต์ 7 รุ่นนี้
สีหน้าปัดยอดนิยมไม่ได้หมายความว่าซื้อราคาใดก็ได้ Ice Blue และ Pink สามารถมี Premium สูงกว่าสีทั่วไป แต่หากซื้อในช่วงที่ราคาถูกผลักขึ้นจากกระแสอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาในการคืนทุนอาจนานขึ้น ควรเปรียบเทียบอย่างน้อย 5–10 รายการ โดยใช้ Ref. เดียวกัน ปีผลิตใกล้เคียงกัน สภาพใกล้กัน และมีอุปกรณ์ในระดับเดียวกัน
กล่อง ใบรับประกัน ข้อสาย คู่มือ และใบเสร็จจาก Boutique ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความสะดวกในการขายต่อ โดยเฉพาะรุ่นทองคำหรือรุ่นที่มีราคาหลายล้านบาท แต่ Full Set ไม่สามารถชดเชยตัวเรือนที่ผ่านการขัดแต่งหนัก ขอบเสียรูป กลไกมีปัญหา หรือประวัติสินค้าไม่ชัดเจนได้
และสำหรับ Ref. 77451ST, 15551ST, 67651OR และ 15551OR ขอบเพชรเป็นสเปกจาก Audemars Piguet Official ผู้ซื้อควรตรวจให้ชัดว่าเป็น Factory Diamond ไม่ใช่การติดเพชรภายหลัง เพราะ Aftermarket Diamond อาจส่งผลต่อการรับบริการ ความแท้ของสภาพเดิม และราคาตลาดรอง
ที่สำคัญราคาบนแพลตฟอร์มเป็นราคาที่ผู้ขายต้องการและอาจรวมพื้นที่สำหรับการต่อรอง การที่นาฬิกาหลายเรือนประกาศในราคา 3 ล้านบาทไม่ได้หมายความว่าจะสามารถขายสำเร็จในระดับนั้นได้ทันที การประเมินมูลค่าควรดูทั้งราคาประกาศขาย ราคาที่ตัวแทนจำหน่ายรับซื้อ และราคาซื้อขายสำเร็จ หากสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ครับ
สรุป นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิง รุ่นไหนน่าสะสม
หากมองจากกระแสและดีมานด์ในตลาดปัจจุบัน Royal Oak Ref. 77450OR หน้าปัด Pink เป็นรุ่นที่โดดเด่นที่สุด ด้วยดีไซน์ Pink-on-Pink กระแสจากผู้สวมใส่ที่มีอิทธิพลด้านแฟชั่น และราคาตลาดรองที่ขยับจากระดับ 2 ล้านบาทกว่าเข้าสู่ระดับ 3–4 ล้านบาทในบางประกาศ
สำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใส่จริงและการรักษามูลค่า Ref. 77451ST ขนาด 34 มิลลิเมตร หน้าปัด Ice Blue เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับข้อมือผู้หญิงและมีดีมานด์ชัดเจน ขณะที่ Ref. 15551ST ขนาด 37 มิลลิเมตร เหมาะกับผู้ที่ชอบขนาดใหญ่และต้องการฐานผู้ซื้อแบบ Unisex
หากเน้นความคลาสสิกและซื้อใช้ในระยะยาว Ref. 67651OR Blue Dial และ Ref. 15551OR White Dial เป็นตัวเลือกที่ไม่พึ่งกระแสสี Ice Blue มากเกินไป ส่วน Ref. 77350SR Two-Tone เหมาะกับผู้ที่มองหารุ่นเจเนอเรชันก่อนหน้าและดีไซน์ที่พบในตลาดน้อยลง
สำหรับ Royal Oak Mini Ref. 67630OR จุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ Jewelry Watch และกระแสนาฬิกาขนาดเล็กมากกว่าความคล่องตัว จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบและต้องการใช้งานจริง ไม่ควรซื้อโดยคาดหวังว่าราคาจะเพิ่มขึ้นเพียงเพราะเป็นรุ่นที่กำลังได้รับความนิยม
เจ้าของนาฬิกา Audemars Piguet บางรุ่นสามารถนำสินค้าเข้ามาประเมินเพื่อใช้บริการขายฝากหรือเพิ่มสภาพคล่องกับ Brandname Money ได้ โดยวงเงินจะขึ้นอยู่กับ Ref. ความแท้ สภาพ กล่องและใบรับประกัน ปีผลิต ประวัติการซ่อม ความต้องการในตลาด และราคาตลาดรอง ณ วันที่ประเมิน

Brandname Money ให้ความสำคัญกับการประเมินโดยผู้มีความเชี่ยวชาญ ความปลอดภัยในการตรวจสอบและจัดเก็บสินค้า รวมถึงการอธิบายวงเงิน เงื่อนไข และขั้นตอนอย่างโปร่งใส เพื่อให้เจ้าของนาฬิกาสามารถตัดสินใจจากข้อมูลที่ครบถ้วน โดยไม่จำเป็นต้องรีบขายทรัพย์สินชิ้นที่รักออกไปแบบถาวร
สุดท้ายการซื้อนาฬิกาเพื่อสะสมหรือการลงทุนมีความเสี่ยง ราคาตลาดอาจเปลี่ยนแปลงได้ และควรตัดสินใจจากข้อมูลหลายแหล่งประกอบกันครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิง
A: จาก 7 รุ่นในบทความ ราคาประกาศขายที่ต่ำที่สุดอยู่ที่ประมาณ 1.45 ล้านบาทสำหรับ Royal Oak Two-Tone Ref. 77350SR ขณะที่รุ่นทองชมพูเต็มเรือนและรุ่นที่มีดีมานด์สูงอาจมีราคามากกว่า 3–4 ล้านบาท ราคาดังกล่าวเป็นราคาประกาศขายจากตลาดรอง ไม่ใช่ราคาซื้อขายสำเร็จ และไม่ใช่ราคาขายปลีกอย่างเป็นทางการจาก Audemars Piguet
A: รุ่นที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่ Ref. 77450OR Pink Dial, Ref. 77451ST Ice Blue ขนาด 34 มิลลิเมตร และ Ref. 15551ST Ice Blue ขนาด 37 มิลลิเมตร สี Ice Blue มีดีมานด์ต่อเนื่อง ขณะที่ 77450OR ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากดีไซน์ Pink-on-Pink และกระแสแฟชั่น
A: ข้อมือเล็กมากเหมาะกับ Royal Oak Mini ขนาด 23 มิลลิเมตร ส่วนขนาด 33–34 มิลลิเมตรเหมาะกับผู้หญิงข้อมือเล็กถึงกลางและใช้งานได้หลากหลายกว่า ขนาด 37 มิลลิเมตรสามารถใส่ได้ แต่ควรทดลองสวมจริงเพื่อดูว่าปลายสายและตัวเรือนยื่นเกินข้อมือหรือไม่
A: 77451ST มีขนาด 34 มิลลิเมตร ใช้ Calibre 5800 สำรองพลังงานประมาณ 50 ชั่วโมง และมีเพชรบนขอบประมาณ 0.71 กะรัต ส่วน 15551ST มีขนาด 37 มิลลิเมตร ใช้ Calibre 5900 สำรองพลังงานประมาณ 60 ชั่วโมง และมีเพชรบนขอบประมาณ 0.92 กะรัต ทั้งสองรุ่นได้รับความนิยม แต่ 77451ST เหมาะกับข้อมือผู้หญิงมากกว่า ขณะที่ 15551ST ให้ภาพลักษณ์เด่นและ Unisex มากกว่า
A: มือหนึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการประวัติสินค้าและการรับประกันจาก Boutique แต่รุ่นยอดนิยมอาจเข้าถึงได้ยาก มือสองให้ตัวเลือกด้าน Ref. ปีผลิต และราคามากกว่า แต่ต้องตรวจความแท้ สภาพ การขัดแต่ง กลไก และอุปกรณ์ให้ละเอียด รวมถึงซื้อจากผู้ขายที่มีความน่าเชื่อถือ
A: มีผล โดยเฉพาะใบรับประกัน ข้อสาย กล่อง และเอกสารการซื้อหรือการเข้าศูนย์ เพราะช่วยยืนยันประวัติและเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ซื้อรายถัดไป อย่างไรก็ตาม สภาพตัวเรือนและกลไกยังมีความสำคัญมากกว่าอุปกรณ์ หากเรือนผ่านการขัดแต่งหนักหรือมีความเสียหาย Full Set ก็ไม่สามารถรักษาราคาได้ทั้งหมด
A: นาฬิกา Audemars Piguet ผู้หญิงบางรุ่นสามารถนำมาประเมินเพื่อขายฝากกับ Brandname Money ได้ โดยวงเงินขึ้นอยู่กับรุ่น Ref. ความแท้ สภาพ อุปกรณ์ ปีผลิต ความนิยม และราคาตลาดรองในวันที่ประเมิน รุ่นที่มีดีมานด์ ราคากลางชัดเจน สภาพดี และมีอุปกรณ์ครบโดยทั่วไปจะประเมินได้ง่ายกว่ารุ่นที่มีฐานผู้ซื้อเฉพาะกลุ่มหรือไม่มีข้อมูลตลาดรองเพียงพอ
สนใจติดต่อสอบถามหรือ ให้เราประเมินราคาขายฝากเบื้องต้นได้ที่
- Facebook: Brandname Money Co.,Ltd
- Line: @brandnamemoney
- Instagram: brandnamemoney
TikTok: brandnamemoney - โทร: 085-910-1010
- E-Mail: support@brandnamemoney.com
เพราะสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ควรได้รับข้อมูลที่มีมาตรฐานเช่นกัน และการตัดสินใจทางการเงินที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้องเสมอครับ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด
