5 นาฬิกา AP ผู้ชาย รุ่นยอดนิยม สายลงทุนไม่ควรพลาด

5 นาฬิกา AP ผู้ชาย รุ่นยอดนิยม สายลงทุนไม่ควรพลาด

30 July 2026 bm@editor Investment

นาฬิกา Audemars Piguet หรือที่นักสะสมเรียกกันสั้น ๆ ว่า “AP” เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาชั้นสูงที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตระกูล Royal Oak ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1972 และมีส่วนสำคัญต่อการสร้างตลาดนาฬิกาสปอร์ตหรู ด้วยตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยม สกรูที่มองเห็นได้ หน้าปัดลาย Tapisserie และสายโลหะแบบ Integrated Bracelet ที่เชื่อมต่อกับตัวเรือนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเลือก นาฬิกา AP ผู้ชาย เพื่อสะสมไม่ควรมองเพียงว่ารุ่นใดมีราคาสูงที่สุด เพราะราคาสูงไม่ได้หมายความว่าจะซื้อขายคล่องที่สุดเสมอไป

นักสะสมควรพิจารณาพร้อมกันทั้งความนิยมของ Ref. สีหน้าปัด วัสดุ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กลไก ความหายาก สภาพสินค้า และจำนวนผู้ซื้อที่พร้อมรับต่อในตลาดรอง

บทความนี้จึงคัด 5 รุ่นที่มีเหตุผลรองรับชัดเจน ครอบคลุมทั้งรุ่นที่เด่นด้านสภาพคล่อง รุ่นที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ Royal Oak รุ่นโครโนกราฟขนาดยอดนิยม ไปจนถึงรุ่น Openworked ที่มีคุณค่าจากงานกลไกและความซับซ้อนในการผลิต 

โดยราคาตลาดรองในบทความประกอบด้วย “ราคาประเมินตลาดนาฬิกามือสอง” จาก WatchCharts และ “ราคาประกาศขาย” จาก Chrono24 ซึ่งไม่ใช่ราคาซื้อขายสำเร็จหรือราคาที่ผู้ค้ารับซื้อ ตัวเลขเงินบาทคำนวณโดยประมาณจากอัตราอ้างอิง 33.546 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐของธนาคารแห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 27 กรกฎาคม 2026

ทำไม Audemars Piguet หรือ AP ถึงเป็นแบรนด์ที่นักสะสมให้ความสนใจ

Royal Oak เปลี่ยนภาพจำของนาฬิกาสปอร์ตหรู ก่อนการเปิดตัว Royal Oak นาฬิกาหรูระดับสูงมักเชื่อมโยงกับตัวเรือนทองคำหรือโลหะมีค่า แต่ Royal Oak นำสเตนเลสสตีลมาผ่านกระบวนการออกแบบและขัดแต่งในระดับนาฬิกาชั้นสูง จนทำให้วัสดุที่เดิมถูกมองว่าเหมาะกับนาฬิกาใช้งาน กลายเป็นส่วนหนึ่งของตลาด Luxury Sports Watch

ดีไซน์ขอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยม หน้าปัดลาย Tapisserie และสายที่เชื่อมต่อกับตัวเรือน กลายเป็นภาษาการออกแบบที่ผู้คนจดจำได้ทันที และยังคงถูกพัฒนาต่อเนื่องใน Royal Oak รุ่นปัจจุบัน รวมทั้งตลาด Audemars Piguet ผู้ชาย มีความหลากหลายตั้งแต่ Royal Oak Selfwinding แบบสามเข็ม ซึ่งเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึง Royal Oak Chronograph, Perpetual Calendar และ Openworked ที่เน้นความซับซ้อนของกลไก

ความหลากหลายนี้ทำให้ AP มีฐานผู้ซื้อหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่ซื้อเป็นนาฬิกาหรูเรือนแรก ผู้บริหารที่ต้องการนาฬิกาสำหรับใส่ทำงาน นักสะสม Royal Oak โดยเฉพาะ และนักสะสมระดับสูงที่ให้คุณค่ากับกลไกและงานตกแต่งด้วยมือ แม้จะใช้ชื่อ Royal Oak เหมือนกัน แต่ดีมานด์ของแต่ละรุ่นไม่ได้เท่ากัน รุ่นสเตนเลสสตีลที่มีสีหน้าปัดเป็นที่รู้จัก เช่น สีน้ำเงินและสีดำ มักมีฐานผู้ซื้อกว้างกว่ารุ่นที่ใช้วัสดุหรือสีเฉพาะทาง

ขณะที่รุ่น Openworked หรือกลไกซับซ้อนอาจมีมูลค่าสูงกว่าอย่างมาก แต่ด้วยราคาที่สูงและจำนวนผู้ซื้อที่จำกัดกว่า จึงอาจใช้เวลาขายนานกว่ารุ่นสามเข็มหรือโครโนกราฟมาตรฐาน ดังนั้น การวิเคราะห์ว่า AP Royal Oak ราคา ดีหรือไม่ ควรดูมากกว่าตัวเลขราคา โดยต้องแยกให้ออกว่ารุ่นใดเด่นด้านสภาพคล่อง รุ่นใดเด่นด้านความหายาก และรุ่นใดเหมาะกับการซื้อใช้มากกว่าการมองเป็นการลงทุน

5 นาฬิกา AP ผู้ชาย รุ่นยอดนิยม สายลงทุนไม่ควรพลาด

1. Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding 41 mm หน้าปัดสีน้ำเงิน Ref. 15510ST.OO.1320ST.06

Royal Oak Selfwinding Ref. 15510ST เป็นหนึ่งในรุ่นหลักของคอลเลกชันปัจจุบัน และเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่โลกของ AP Royal Oak เพราะยังคงองค์ประกอบสำคัญของ Royal Oak ไว้อย่างครบถ้วน แต่มีขนาดและกลไกที่เหมาะกับการใช้งานยุคใหม่ Ref. 15510ST.OO.1320ST.06 ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41 มิลลิเมตร หนา 10.5 มิลลิเมตร กันน้ำ 50 เมตร หน้าปัดสีน้ำเงิน “Bleu Nuit, Nuage 50” ลาย Grande Tapisserie และใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 4302 ซึ่งให้พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมง

ราคาประกาศขายบน Chrono24 ที่ตรวจสอบวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 พบตัวอย่างตั้งแต่ประมาณ 55,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไปจนถึงประมาณ 72,500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับนาฬิกาปีผลิตและสภาพต่างกัน โดยบางรายการตั้งราคาสูงกว่านี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคาที่ผู้ขายตั้งและยังไม่รวมผลจากการต่อรองหรือค่าจัดส่ง

นาฬิกา AP ผู้ชาย Royal Oak Selfwinding 41 mm หน้าปัดสีน้ำเงิน Ref. 15510ST.OO.1320ST.06
นาฬิกา AP ผู้ชาย Royal Oak Selfwinding 41 mm หน้าปัดสีน้ำเงิน Ref. 15510ST.OO.1320ST.06

สี Bleu Nuit, Nuage 50 เชื่อมโยงกับหน้าปัดของ Royal Oak รุ่นแรกจากปี 1972 จึงเป็นสีที่มีภาพจำชัดเจนที่สุดสีหนึ่งของคอลเลกชัน และได้รับความนิยมจากทั้งผู้ซื้อใหม่และนักสะสมที่ต้องการ Royal Oak ในสีคลาสสิกของแบรนด์ หน้าปัดสีน้ำเงินยังมีความโดดเด่นเมื่อกระทบแสง แต่ไม่ฉูดฉาดจนใช้งานยาก จึงสามารถใส่ได้ทั้งกับเสื้อเชิ้ต สูท และการแต่งตัวแบบ Smart Casual

สำหรับผู้ที่ต้องการใส่นาฬิกาเป็นประจำทุกวัน รุ่นหน้าปัดสีดำ Ref. 15510ST.OO.1320ST.07 เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ภาพลักษณ์คลาสสิก จับคู่เสื้อผ้าได้ง่าย และดูสุภาพกว่าในบางสถานการณ์ รุ่นสีดำใช้ตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตรและสเปกหลักเดียวกับรุ่นสีน้ำเงิน แต่เปลี่ยนเป็นหน้าปัด Grande Tapisserie สีดำ

15510ST เด่นด้านฐานผู้ซื้อและความเข้าใจง่ายของตลาดมากกว่าความหายาก เป็นรุ่นที่ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องมีความรู้เชิงกลไกลึกมากก็สามารถเข้าใจคุณค่าได้ทันที หากต้องการความนิยมในตลาดรอง หน้าปัดสีน้ำเงินเป็นตัวเลือกที่โดดเด่น แต่หากเน้นใส่ได้ง่ายและไม่ต้องการนาฬิกาที่สะดุดตามากเกินไป หน้าปัดสีดำก็มีความปลอดภัยในเชิงการใช้งานเช่นกัน

2. Audemars Piguet Royal Oak “Jumbo” Extra-Thin Ref. 16202ST.OO.1240ST.02

Royal Oak “Jumbo” Extra-Thin Ref. 16202ST เป็นหนึ่งในรุ่นที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของ Royal Oak มากที่สุด เพราะรักษาขนาดตัวเรือน 39 มิลลิเมตรและรูปทรงบางที่เชื่อมโยงกับ Royal Oak รุ่นแรกเอาไว้ Ref. 16202ST.OO.1240ST.02 ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39 มิลลิเมตร หนา 8.1 มิลลิเมตร หน้าปัด Bleu Nuit, Nuage 50 ลาย Petite Tapisserie และใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 7121

Chrono24 รายงานราคาประกาศขายเฉลี่ยของ Ref. นี้อยู่ที่ประมาณ 74,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีช่วงราคาประกาศประมาณ 73,000–89,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยรายการที่แพลตฟอร์มรวบรวมในช่วงตรวจสอบมาพร้อมกล่องและเอกสารทั้งหมด แต่ยังคงเป็นราคาประกาศขาย ไม่ใช่ราคาซื้อขายสำเร็จ

Ref. 16202ST เข้ามาสานต่อ Ref. 15202ST โดยยังคงสัดส่วนและรหัสการออกแบบของ Royal Oak “Jumbo” แต่เปลี่ยนหัวใจสำคัญจาก Calibre 2121 มาเป็น Calibre 7121 ซึ่ง Calibre 7121 มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 29.6 มิลลิเมตร และหนา 3.2 มิลลิเมตร โดยเพิ่มพลังงานสำรองเป็นประมาณ 55 ชั่วโมง ใช้ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง และรองรับการตั้งวันที่อย่างรวดเร็ว

นาฬิกา AP ผู้ชาย Royal Oak “Jumbo” Extra-Thin Ref. 16202ST.OO.1240ST.02
นาฬิกา AP ผู้ชาย Royal Oak “Jumbo” Extra-Thin Ref. 16202ST.OO.1240ST.02

Calibre 2121 ซึ่งใช้ใน 15202ST ถูกยุติในช่วงปลายปี 2021 และถูกแทนที่ด้วย Calibre 7121 ในปี 2022 ทำให้ 15202ST มีสถานะสำคัญในฐานะหนึ่งใน Royal Oak “Jumbo” รุ่นสุดท้ายที่ใช้กลไกซึ่งเชื่อมโยงกับ Royal Oak รุ่นดั้งเดิม แม้ 16202ST จะมีกลไกใหม่และเหมาะกับการใช้งานมากขึ้น แต่ 15202ST ยังมีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ เพราะเป็นตัวแทนของยุค Calibre 2121 และยุติการผลิตไปแล้ว

ในเดือนกรกฎาคม 2026 ยังพบประกาศขาย 15202ST หน้าปัดสีน้ำเงินจำนวนมากบน Chrono24 โดยราคาส่วนใหญ่อยู่ในระดับประมาณ 67,000–90,000 ดอลลาร์สหรัฐ และบางรายการตั้งราคาสูงกว่านั้น สะท้อนว่ายังมีผู้ขายและผู้ซื้อที่ติดตามรุ่นนี้ แม้ไม่ควรตีความราคาประกาศเป็นราคาที่ซื้อขายสำเร็จเสมอไป

16202ST เหมาะกับนักสะสมที่ต้องการมากกว่าคำว่า “AP รุ่นยอดนิยม” เพราะคุณค่าของรุ่นนี้อยู่ที่สายสัมพันธ์กับ Royal Oak รุ่นแรก สัดส่วน 39 มิลลิเมตร และวิวัฒนาการจาก 15202ST ผู้ซื้อควรระวังการเข้าซื้อในช่วงที่ส่วนต่างระหว่างราคาขายปลีกและราคาตลาดรองกว้างเกินไป เพราะยิ่งราคาตลาดสูง ความเสี่ยงจากการปรับฐานก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

3. Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding Chronograph 41 mm Ref. 26240ST.OO.1320ST.05

สำหรับผู้ที่ชอบ Royal Oak แต่ต้องการรายละเอียดและฟังก์ชันมากกว่ารุ่นสามเข็ม Ref. 26240ST เป็นหนึ่งในรุ่นที่ตลาดนักสะสมรู้จักดี เพราะรวมดีไซน์ Royal Oak เข้ากับกลไกโครโนกราฟที่มีฟังก์ชัน Flyback รุ่นหน้าปัดสีน้ำเงิน Ref. 26240ST.OO.1320ST.05 ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41 มิลลิเมตร หนา 12.4 มิลลิเมตร กันน้ำ 50 เมตร พร้อมหน้าปัด Bleu Nuit, Nuage 50 ลาย Grande Tapisserie

นาฬิกาใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 4401 ซึ่งเป็นกลไกโครโนกราฟแบบ Integrated พร้อมฟังก์ชัน Flyback และให้พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมง ราคาประกาศขายบน Chrono24 ที่ตรวจสอบวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 พบตัวอย่างตั้งแต่ประมาณ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไปจนถึงประมาณ 81,500 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับปีผลิต สภาพ และสถานะ New, Unworn หรือ Pre-owned

นาฬิกา AP ผู้ชาย Royal Oak Selfwinding Chronograph 41 mm Ref. 26240ST.OO.1320ST.05
นาฬิกา AP ผู้ชาย Royal Oak Selfwinding Chronograph 41 mm Ref. 26240ST.OO.1320ST.05

Calibre 4401 เป็นกลไกโครโนกราฟที่ระบบจับเวลาถูกออกแบบรวมอยู่ในโครงสร้างกลไกหลัก ต่างจากกลไกที่นำโมดูลโครโนกราฟมาติดเพิ่มภายหลัง ฟังก์ชัน Flyback ช่วยให้ผู้ใช้กดรีเซ็ตและเริ่มจับเวลาใหม่ได้ทันที โดยไม่ต้องหยุดเข็มก่อน จึงมีทั้งความน่าสนใจทางเทคนิคและประโยชน์ในการใช้งานจริง

รุ่นนี้รวมองค์ประกอบที่ตลาดเข้าใจได้ง่ายหลายประการ ได้แก่ ตัวเรือน Royal Oak สเตนเลสสตีล หน้าปัดสีน้ำเงิน ขนาด 41 มิลลิเมตร และฟังก์ชันโครโนกราฟ จากจำนวนประกาศขายของ Ref. เดียวกันและการมีราคาประเมินตลาดรองต่อเนื่อง จึงประเมินได้ว่ามีฐานผู้ซื้อและข้อมูลราคาอ้างอิงค่อนข้างชัด แม้ราคาที่สูงกว่า 15510ST จะทำให้กลุ่มผู้ซื้อแคบลงบางส่วน

หากต้องการ Royal Oak ที่บางและเรียบง่าย 15510ST จะเหมาะกว่า แต่หากให้ความสำคัญกับกลไกและหน้าปัดที่มีมิติ 26240ST เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าอย่างชัดเจน

4. Audemars Piguet Royal Oak Double Balance Wheel Openworked Ref. 15407ST.OO.1220ST.02

Royal Oak Double Balance Wheel Openworked เป็นหนึ่งในรุ่นที่แสดงศักยภาพด้านกลไกและงาน Openworked ของ Audemars Piguet ได้ชัดเจนที่สุด จึงได้รับการจดจำในกลุ่มนักสะสมในฐานะหนึ่งใน AP Skeleton ที่มีความไอคอนิก Ref. 15407ST.OO.1220ST.02 ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41 มิลลิเมตร หนา 9.9 มิลลิเมตร กันน้ำ 50 เมตร ตัดกับกลไก Openworked โทนพิงก์โกลด์และขอบหน้าปัดด้านในสีเดียวกัน

นาฬิกาใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 3132 แสดงชั่วโมง นาที และวินาที พร้อมพลังงานสำรองประมาณ 45 ชั่วโมง ราคาประกาศขายบน Chrono24 ที่ตรวจสอบวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 พบหลายรายการอยู่ประมาณ 190,000–246,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีบางรายการตั้งราคาสูงกว่านี้อย่างมีนัยสำคัญ โดยส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาปี 2024–2026 สภาพใหม่หรือไม่ผ่านการใช้งาน

กลไกทั่วไปใช้ Balance Wheel และ Balance Spring เป็นหัวใจควบคุมจังหวะการเดินของนาฬิกา แต่ Calibre 3132 เพิ่ม Balance Wheel และ Balance Spring ชุดที่สองเข้าไปบนแกนเดียวกัน Audemars Piguet ระบุว่าโครงสร้างดังกล่าวช่วยเพิ่มความเสถียรและความเที่ยงตรง แต่ต้องใช้กระบวนการผลิตที่ซับซ้อนมากขึ้น 

นาฬิกา AP ผู้ชาย Royal Oak Double Balance Wheel Openworked Ref. 15407ST.OO.1220ST.02
นาฬิกา AP ผู้ชาย Royal Oak Double Balance Wheel Openworked Ref. 15407ST.OO.1220ST.02

งาน Openworked ยังทำให้โครงสร้างกลไกกลายเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ ชิ้นส่วนที่ปกติถูกซ่อนอยู่ใต้หน้าปัดจึงต้องจัดวางและตกแต่งให้สวยงามเมื่อมองจากด้านหน้าและด้านหลัง มูลค่าของรุ่นนี้จึงเกิดทั้งจากกลไก ความซับซ้อน และงานฝีมือ ไม่ใช่เพียงชื่อ Royal Oak

และคำถามที่หลายท่านมักถามคือ 15407ST เลิกผลิตแล้วหรือไม่ ซึ่งต้องแยกตาม Ref. ย่อยอย่างชัดเจน เพราะ 15407ST ทั้งตระกูลไม่ได้เลิกผลิตทั้งหมด Ref. 15407ST.OO.1220ST.01 เป็นเวอร์ชันก่อนหน้า ขณะที่ Ref. 15407ST.OO.1220ST.02 ยังปรากฏในคอลเลกชันปัจจุบันของ Audemars Piguet ณ วันที่ตรวจสอบ

และทาง AP ไม่ได้เปิดเผยจำนวนผลิตต่อปีของ Ref. 15407ST.OO.1220ST.02 ต่อสาธารณะ จึงไม่ควรระบุว่าเป็น Limited Edition หรือใส่จำนวนผลิตโดยไม่มีเอกสารยืนยัน ความหายากควรอธิบายจากความซับซ้อนในการผลิตและข้อจำกัดด้านความพร้อมของสินค้า แม้ราคา 15407ST จะสูงกว่า 15510ST และ 26240ST หลายเท่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขายได้รวดเร็วกว่าหลายเท่า เพราะจำนวนผู้ซื้อที่มีกำลังและต้องการ Ref. นี้โดยตรงมีจำกัดกว่าครับ

5. Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding Chronograph 38 mm หน้าปัดสีน้ำเงิน Ref. 26715ST.OO.1356ST.01

Ref. 26715ST เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความน่าสนใจด้านสภาพคล่อง เพราะตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตรมีความ Unisex สูง เหมาะทั้งกับผู้ชายที่มีข้อมือเล็กถึงกลางและผู้หญิงที่ชอบนาฬิกาสปอร์ตขนาดชัดเจน ราคาประกาศขายบน Chrono24 ที่ตรวจสอบวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 พบ 39 รายการ โดยกลุ่มราคาหลักอยู่ประมาณ 47,600–68,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นาฬิกา New หรือ Unworn บางรายการตั้งราคาสูงกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ

รุ่น Ref. 26715ST.OO.1356ST.01 ใช้ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล ขนาด 38 มิลลิเมตร หนา 11 มิลลิเมตร กันน้ำ 50 เมตร พร้อมหน้าปัด Bleu Nuit, Nuage 50 ลาย Grande Tapisserie นาฬิกาใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 2385 มีฟังก์ชันโครโนกราฟ วันที่ และวินาทีย่อย พร้อมพลังงานสำรองประมาณ 40 ชั่วโมง

นาฬิกา AP ผู้ชาย Royal Oak Selfwinding Chronograph 38 mm หน้าปัดสีน้ำเงิน Ref. 26715ST.OO.1356ST.01
นาฬิกา AP ผู้ชาย Royal Oak Selfwinding Chronograph 38 mm หน้าปัดสีน้ำเงิน Ref. 26715ST.OO.1356ST.01

ขนาด 38 มิลลิเมตรน่าสนใจ เพราะ ตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตรช่วยให้รุ่นนี้เข้าถึงผู้ซื้อได้กว้างกว่าโครโนกราฟขนาด 41 มิลลิเมตร โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกลับมาให้ความสนใจกับนาฬิกาขนาดกะทัดรัดและสวมใส่สบาย Chrono24 จัดรุ่นนี้ไว้ในกลุ่มนาฬิกาผู้ชายและ Unisex และข้อมูลประกาศขายครอบคลุมทั้งผู้ซื้อในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ฮ่องกง และตะวันออกกลาง จึงสะท้อนว่ามีฐานตลาดในหลายภูมิภาค

เมื่อเปรียบเทียบ 26715ST กับ 26240ST 26715ST ขนาด 38 มิลลิเมตร สวมง่ายกว่า เหมาะกับข้อมือเล็กถึงกลาง มีความ Unisex สูง ใช้กลไก Calibre 2385 พลังงานสำรองประมาณ 40 ชั่วโมง ส่วน 26240ST ขนาด 41 มิลลิเมตร ภาพลักษณ์สปอร์ตและโดดเด่นกว่า ใช้กลไก Calibre 4401 มีฟังก์ชัน Flyback พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมง เหมาะกับข้อมือกลางถึงใหญ่ ผู้ที่ให้ความสำคัญกับขนาดและความสบายอาจเหมาะกับ 26715ST มากกว่า ส่วนผู้ที่ต้องการเทคโนโลยีกลไกรุ่นใหม่และภาพลักษณ์ที่ชัดเจนกว่าอาจเลือก 26240ST

หากพิจารณาจากการรับรู้ของตลาด จำนวนประกาศขาย และความง่ายในการอธิบายคุณค่า รุ่นที่เด่นด้านสภาพคล่องมากที่สุดในกลุ่มนี้คือ 15510ST, 16202ST และ 26240ST

15510ST มีฐานผู้ซื้อกว้างจากการเป็น Royal Oak รุ่นสามเข็มหลัก ส่วน 26240ST เพิ่มความน่าสนใจด้วยฟังก์ชันโครโนกราฟ ขณะที่ 16202ST มีฐานนักสะสมเฉพาะที่ให้ความสำคัญกับ Royal Oak “Jumbo” คำว่า “สภาพคล่องสูง” ในที่นี้หมายถึงมีผู้ซื้อรู้จักรุ่น มีข้อมูลราคาอ้างอิง และมีโอกาสซื้อขายง่ายกว่ารุ่นเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถขายได้ทันทีในราคาประกาศ

15407ST เด่นที่สุดด้านงานกลไกและความหายากเชิงการเข้าถึง เพราะ Calibre 3132 มีโครงสร้าง Double Balance Wheel และถูกนำเสนอผ่านงาน Openworked อย่างไรก็ตาม ราคาที่สูงมากทำให้ฐานผู้ซื้อแคบกว่ารุ่นสามเข็ม รุ่นนี้จึงเหมาะกับนักสะสมที่ให้คุณค่ากับ Mechanical Art และพร้อมถือครองระยะยาว มากกว่าผู้ที่ต้องการเปลี่ยนนาฬิกาเป็นเงินสดอย่างรวดเร็ว

26715ST มีจุดแข็งจากตัวเรือน 38 มิลลิเมตร เพราะสามารถเข้าถึงทั้งผู้ชายและผู้หญิง ฐานผู้ซื้อที่กว้างขึ้นช่วยสนับสนุนสภาพคล่องในตลาดรอง หน้าปัดสีน้ำเงินยังเป็นสีที่เชื่อมโยงกับ Royal Oak และมีความเสี่ยงจากกระแสแฟชั่นน้อยกว่าสีพิเศษบางสี

แม้บางรุ่นจะมีราคาตลาดรองสูงกว่าราคาอ้างอิงจากผู้แทนจำหน่าย แต่ราคานาฬิกาหรูสามารถปรับขึ้นและลงได้ตามเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน ความนิยม และจำนวนสินค้าที่เข้าสู่ตลาด สภาพตัวเรือน การขัดแต่ง กล่อง ใบรับประกัน ปีผลิต ประวัติการซ่อม และความต้องการของผู้ซื้อในวันที่ขาย ล้วนส่งผลต่อราคาที่ได้รับจริง

นอกจากนั้นยังอีก 2 รุ่น AP ที่นักสะสมควรจับตา คือ Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding 37 mm Ref. 15550BA โดย Ref. 15550BA.OO.1356BA.02 ใช้ตัวเรือนและสายเยลโลว์โกลด์ 18K ขนาด 37 มิลลิเมตร หนา 9.1 มิลลิเมตร และเป็นผลงานที่เชื่อมโยงกับความร่วมมือระหว่าง Audemars Piguet และ Matthew Williams

จุดเด่นของรุ่นนี้คือดีไซน์ทองคำแบบ Monochromatic ขนาดที่มีความ Unisex และภาพลักษณ์แฟชั่นชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการนาฬิกาเป็น Statement Piece อย่างไรก็ตาม ฐานผู้ซื้ออาจเฉพาะกลุ่มกว่ารุ่นสเตนเลสสตีล จึงควรมองเป็นรุ่นน่าติดตามระยะยาว มากกว่าสรุปว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

และอีกรุ่นคือ Audemars Piguet x Travis Scott “Cactus Jack” Ref. 26585CM.OO.D301VE.01 โดย Royal Oak Perpetual Calendar Openworked “Cactus Jack” ผลิตจำนวนจำกัดอย่างเป็นทางการ 200 เรือน ใช้ตัวเรือนเซรามิกสีน้ำตาลขนาด 41 มิลลิเมตร ซึ่ง AP ระบุว่าเป็นครั้งแรกที่นำเซรามิกสีน้ำตาลมาใช้ในลักษณะนี้ พร้อมกลไก Perpetual Calendar Openworked

รุ่นนี้มีความหายากและคุณค่าเชิงศิลปะสูง แต่ด้วยราคาตลาดระดับสูงมากและความเชื่อมโยงกับ Travis Scott และ Cactus Jack ทำให้ฐานผู้ซื้อเป็นตลาด Niche จึงเหมาะกับนักสะสมระดับสูงที่ชื่นชอบศิลปะ วัฒนธรรมร่วมสมัย และ Limited Edition มากกว่าผู้ที่ต้องการสภาพคล่องเป็นเป้าหมายหลัก

วิธีเลือก AP ผู้ชายให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายการสะสม

Royal Oak มีสายแบบ Integrated Bracelet และโครงสร้างตัวเรือนที่ทำให้นาฬิกาดูใหญ่กว่าตัวเลขบนกระดาษ ผู้ซื้อจึงควรทดลองสวมก่อนตัดสินใจ ผู้ที่มีข้อมือเล็กถึงกลางอาจเหมาะกับ 16202ST ขนาด 39 มิลลิเมตร หรือ 26715ST ขนาด 38 มิลลิเมตร ส่วนผู้ที่มีข้อมือกลางถึงใหญ่สามารถเลือก 15510ST, 26240ST หรือ 15407ST ขนาด 41 มิลลิเมตรได้ง่ายกว่า

และหากต้องการ นาฬิกา AP ผู้ชาย เพียงเรือนเดียวสำหรับหลายโอกาส 15510ST เป็นตัวเลือกที่สมดุล เพราะหน้าปัดอ่านง่าย ตัวเรือนไม่หนาเกินไป และใช้ได้ทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน สีน้ำเงินเหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็น Royal Oak ชัดเจน ส่วนสีดำเหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความคลาสสิกและการจับคู่เสื้อผ้าครับ

16202ST เหมาะกับผู้ที่สนใจวิวัฒนาการจาก Royal Oak รุ่นแรกและความต่อเนื่องจาก 15202ST คุณค่าของรุ่นนี้อยู่ที่สัดส่วน ความบาง และกลไก Calibre 7121 มากกว่าความโดดเด่นเพียงภายนอก ส่วนผู้ที่ชอบตัวเรือนขนาดใหญ่และต้องการกลไก Flyback รุ่นใหม่ควรพิจารณา 26240ST ผู้ที่ต้องการขนาดกะทัดรัดและใช้งานง่ายกว่าอาจเลือก 26715ST ขนาด 38 มิลลิเมตร แม้กลไกและพลังงานสำรองจะเป็นรอง 26240ST

15407ST เหมาะกับนักสะสมที่มองนาฬิกาเป็นงานศิลปะเชิงกลไก และพร้อมรับต้นทุนการซื้อที่สูงกว่า รวมถึงฐานผู้ซื้อที่เฉพาะเจาะจงกว่า ผู้ซื้อควรตรวจสอบความแท้ สภาพกลไก ร่องรอยการเปิดฝาหลัง ประวัติการเข้าศูนย์ และความครบของอุปกรณ์อย่างละเอียดเป็นพิเศษ

นอกจากนั้น Royal Oak มีการสลับพื้นผิวระหว่างงานขัดด้านและขัดเงา เส้นขอบของ Bezel ตัวเรือน และสายจึงมีผลต่อความสวยและมูลค่าอย่างมาก นาฬิกาที่ผ่านการขัดมากเกินไปอาจมีขอบมน เส้นตัวเรือนเปลี่ยน หรือพื้นผิวไม่ตรงจากโรงงาน แม้รอยใช้งานเล็กน้อยจะดูไม่สมบูรณ์แบบ แต่ในสายตานักสะสมบางกลุ่มอาจดีกว่าการขัดจนสูญเสียรูปทรงเดิม

และกล่อง ใบรับประกัน ใบเสร็จ คู่มือ ป้าย Tag ข้อต่อสาย และเอกสารการเข้าศูนย์ ช่วยให้ผู้ซื้อประเมินที่มาและประวัติของนาฬิกาได้ง่ายขึ้น Full Set ไม่ได้รับประกันราคาสูงเสมอไป แต่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้การซื้อขายหรือการประเมินมูลค่าราบรื่นกว่าเรือนที่มีเพียงตัวนาฬิกาครับ

สรุป 5 นาฬิกา AP ผู้ชาย รุ่นไหนเหมาะกับใคร

หากต้องการรุ่นที่สมดุลระหว่างดีมานด์ สภาพคล่อง และการใช้งาน Royal Oak Selfwinding Ref. 15510ST หน้าปัดสีน้ำเงิน เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่แข็งแรงที่สุด ส่วนหน้าปัดสีดำเหมาะกับผู้ที่ต้องการนาฬิกาคลาสสิกสำหรับใช้ทุกวัน ผู้ที่ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของ Royal Oak และต้องการรุ่นที่พัฒนาต่อจาก 15202ST ควรพิจารณา Royal Oak “Jumbo” Ref. 16202ST 

ผู้ที่ต้องการทั้งดีไซน์ Royal Oak และกลไก Flyback Chronograph อาจเลือก Ref. 26240ST ขณะที่ Ref. 26715ST เหมาะกับผู้ที่ต้องการขนาด 38 มิลลิเมตรซึ่งมีความ Unisex และสวมใส่ง่ายกว่า ส่วน Royal Oak Double Balance Wheel Openworked Ref. 15407ST เหมาะกับนักสะสมระดับสูงที่ให้คุณค่ากับงานกลไก ความซับซ้อน และความเป็น Mechanical Art มากกว่าสภาพคล่องระยะสั้น

สำหรับผู้ที่มีนาฬิกา Audemars Piguet อยู่แล้วและต้องการเพิ่มสภาพคล่อง นาฬิกา AP บางรุ่นสามารถนำมาประเมินเพื่อขายฝากกับ Brandname Money ได้ โดยวงเงินขึ้นอยู่กับ Ref. ความแท้ สภาพตัวเรือนและกลไก ความครบของอุปกรณ์ ปีผลิต ประวัติการซ่อม ความต้องการของตลาด และราคาตลาดรอง ณ วันที่ประเมิน

Brandname Money ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส ความปลอดภัย และกระบวนการประเมินสินค้าลักชัวรี่โดยพิจารณาจากข้อมูลของสินค้าแต่ละชิ้น ไม่ใช่ดูจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว

การนำราคาประกาศขายจากต่างประเทศมาใช้ประกอบการประเมินต้องพิจารณาความแตกต่างของตลาดไทย อัตราแลกเปลี่ยน สภาพสินค้า และสภาพคล่องร่วมด้วยเสมอ การซื้อนาฬิกาเพื่อสะสมหรือการลงทุนมีความเสี่ยง ราคาตลาดอาจเปลี่ยนแปลงได้ และควรตัดสินใจจากข้อมูลหลายแหล่งประกอบกัน

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ นาฬิกา AP ผู้ชาย

Q1: นาฬิกา AP ผู้ชายราคาเริ่มต้นเท่าไร

A: ราคาเริ่มต้นขึ้นอยู่กับคอลเลกชัน Ref. วัสดุ ปีผลิต และสภาพ หากพิจารณาเฉพาะ 5 รุ่นในบทความนี้ ราคาประเมินตลาดรองเริ่มประมาณ 1.65 ล้านบาทสำหรับ 26715ST และสูงถึงประมาณ 5.76 ล้านบาทสำหรับ 15407ST อย่างไรก็ตาม นาฬิกา AP รุ่นเก่าหรือคอลเลกชันอื่นอาจมีราคาต่ำกว่านี้ ขณะที่รุ่น Limited Edition และกลไกซับซ้อนอาจมีราคาสูงกว่าหลายเท่า

Q2: AP Royal Oak รุ่นไหนนิยมที่สุด

A: Royal Oak Selfwinding สเตนเลสสตีล เช่น 15510ST เป็นหนึ่งในรุ่นที่มีฐานผู้ซื้อกว้าง เพราะมีดีไซน์ Royal Oak ครบถ้วนและใช้งานได้ง่าย ส่วน 16202ST มีความนิยมสูงในกลุ่มนักสะสมจริงจัง เนื่องจากเป็น Royal Oak “Jumbo” และมีความเชื่อมโยงกับรุ่นดั้งเดิมมากกว่า

Q3: หน้าปัดสีน้ำเงินหรือสีดำ แบบไหนน่าสะสมกว่า

A: หน้าปัดสีน้ำเงินได้รับความนิยมจากความเชื่อมโยงกับ Royal Oak รุ่นแรกและภาพจำของคอลเลกชัน จึงมักมีดีมานด์สูงกว่าในตลาดรอง หน้าปัดสีดำมีข้อดีด้านความคลาสสิกและใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ที่ต้องการใส่ทุกวันมากกว่าการเน้นความโดดเด่น

Q4: AP Royal Oak Offshore ยังน่าสะสมอยู่ไหม

A: ยังน่าสะสมสำหรับผู้ที่ชอบตัวเรือนขนาดใหญ่ ภาพลักษณ์สปอร์ต และต้องการซื้อใช้จริง ราคาตลาดรองของ Offshore บางรุ่นอาจเข้าถึงง่ายกว่า Royal Oak สายเหล็ก แต่หากเป้าหมายหลักคือสภาพคล่อง รุ่น Royal Oak ขนาด 38–41 มิลลิเมตรมักมีฐานผู้ซื้อกว้างกว่า Offshore รุ่นใหญ่

Q5: ซื้อ AP มือหนึ่งหรือมือสองดีกว่า

A: การซื้อมือหนึ่งจาก Boutique หรือช่องทางที่ได้รับอนุญาตช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านที่มาและการรับประกัน แต่รุ่นยอดนิยมอาจไม่สามารถซื้อได้ทันที การซื้อมือสองมีรุ่นและปีผลิตให้เลือกมากกว่า แต่ต้องตรวจสอบความแท้ การขัดตัวเรือน ประวัติการซ่อม และความครบของอุปกรณ์อย่างละเอียด

Q6: Full Set มีผลต่อราคานาฬิกา AP หรือไม่

A: มีผล โดยเฉพาะนาฬิการาคาสูง กล่อง ใบรับประกัน ใบเสร็จ คู่มือ ป้าย Tag และข้อต่อสายช่วยเพิ่มความมั่นใจและสนับสนุนสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม Full Set ไม่สามารถชดเชยตัวเรือนที่ขัดหนัก กลไกมีปัญหา หรืออะไหล่ที่ไม่ตรงรุ่นได้

Q7: AP Double Balance Wheel Openworked เป็น Limited Edition หรือไม่

A: Ref. 15407ST.OO.1220ST.02 ไม่ได้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการว่าเป็น Limited Edition และ AP ไม่ได้เปิดเผยจำนวนผลิตต่อปีต่อสาธารณะ ความหายากของรุ่นนี้มาจากความซับซ้อนของกลไก งาน Openworked และข้อจำกัดด้านความพร้อมของสินค้า

Q8: นาฬิกา AP ขายฝากได้ไหม

A: นาฬิกา Audemars Piguet บางรุ่นสามารถนำมาประเมินเพื่อขายฝากกับ Brandname Money ได้ โดยวงเงินพิจารณาจาก Ref. ความแท้ สภาพ อุปกรณ์ ปีผลิต ประวัติการซ่อม และความต้องการของตลาดในวันที่ประเมิน ราคาประกาศขายบน Chrono24 หรือราคาประเมินจาก WatchCharts ไม่ใช่วงเงินขายฝากโดยอัตโนมัติ เพราะต้องพิจารณาสภาพคล่องและความเสี่ยงของตลาดไทยร่วมด้วย

Q9: ซื้อ AP เพื่อการลงทุนควรถือนานเท่าไร

A: ไม่มีระยะเวลาที่รับประกันผลตอบแทนได้ ราคานาฬิกาหรูอาจเคลื่อนไหวตามเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน กระแสความนิยม และนโยบายการผลิตของแบรนด์ แนวทางที่ระมัดระวังคือเลือกนาฬิกาที่สามารถถือครองและใช้งานได้อย่างมีความสุข แม้ราคาไม่เพิ่มขึ้นตามที่คาด และไม่ใช้เงินที่จำเป็นต่อเป้าหมายทางการเงินระยะสั้น

การซื้อนาฬิกาเพื่อสะสมหรือการลงทุนมีความเสี่ยง ราคาตลาดอาจเปลี่ยนแปลงได้ และควรตัดสินใจจากข้อมูลหลายแหล่งประกอบกัน สนใจติดต่อสอบถามหรือ ให้เราประเมินราคาขายฝากเบื้องต้นได้ที่

เพราะสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ควรได้รับข้อมูลที่มีมาตรฐานเช่นกัน และการตัดสินใจทางการเงินที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้องเสมอครับ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด