
ขั้นตอน ผ่อนแบรนด์เนม ต้องเริ่มยังไง ครบจบที่ Brandname Money
การเป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมในวันนี้ ไม่ได้จำเป็นต้องผูกอยู่กับการจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว หรือจำเป็นต้องมีบัตรเครดิตเสมอไปอีกแล้ว สำหรับหลายคน โดยเฉพาะคนที่รักนาฬิกาหรูหรือกระเป๋าแบรนด์เนม ปัญหาที่เจอบ่อยไม่ใช่ไม่มีศักยภาพในการซื้อ แต่เป็นการไม่อยากดึงสภาพคล่องทั้งหมดไปไว้กับของชิ้นเดียวในทันที บทความนี้จะพามาดู ขั้นตอน ผ่อนแบรนด์เนม ต้องเริ่มยังไง ครบจบที่ Brandname Money
สำหรับหลายคน การซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมหรือนาฬิกาหรูสักชิ้น ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อของใช้ แต่เป็นการเลือกสินทรัพย์ที่มีมูลค่า มีความหมาย และสะท้อนรสนิยมของผู้ถือครองได้ในเวลาเดียวกัน แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคล้ายกันคือ อยากได้ของที่ใช่ในจังหวะที่เจอแล้ว แต่ไม่อยากจ่ายเงินก้อนทั้งหมดในครั้งเดียว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่คำว่า ผ่อนแบรนด์เนม กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะช่วยให้คนที่อยากเป็นเจ้าของสินค้า Luxury สามารถวางแผนการเงินได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม ไม่ต้องพึ่งบัตรเครดิตเสมอไป และไม่จำเป็นต้องดึงเงินสดก้อนใหญ่ทั้งหมดออกจากบัญชีในวันเดียว
การผ่อนแบรนด์เนมที่ดีจึงไม่ใช่แค่การถามว่า เดือนละเท่าไหร่ แต่ควรเริ่มจากการเข้าใจให้ครบว่า สินค้าที่อยากผ่อนคืออะไร เหมาะกับการผ่อนรูปแบบไหน ต้องใช้เอกสารอะไร เงื่อนไขการอนุมัติเป็นอย่างไร ได้ของเมื่อไหร่ และภาระผ่อนต่อเดือนอยู่ในระดับที่จ่ายไหวจริงหรือไม่
Brandname Money ออกแบบบริการสินเชื่อแบรนด์เนมมาเพื่อช่วยให้การเป็นเจ้าของสินค้า Luxury เข้าถึงง่ายขึ้น โดยเน้นกลุ่มสินค้าหลักอย่างนาฬิกาหรูและกระเป๋าแบรนด์เนม พร้อมรูปแบบการผ่อนที่เลือกได้ตามความพร้อมของลูกค้าแต่ละคน
ทั้งแบบรับของไปใช้ก่อน และแบบล็อกสินค้าไว้ก่อนแล้วรับเมื่อผ่อนครบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์ที่ต้องการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อและขายฝากแบรนด์เนมพรีเมียมที่โดดเด่นด้านความรวดเร็ว ความปลอดภัย และการเข้าถึงที่ง่ายค่ะ
ผ่อนแบรนด์เนม คืออะไร และเหมาะกับใคร
ผ่อนแบรนด์เนม คือการซื้อสินค้าแบรนด์เนมผ่านรูปแบบการแบ่งชำระเป็นงวด แทนการจ่ายเงินเต็มจำนวนในครั้งเดียว โดยสินค้าในกลุ่มนี้มักเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น นาฬิกาหรู กระเป๋าแบรนด์เนม หรือสินค้า Luxury ที่มีตลาดรองรับชัดเจน
ในมุมของผู้ซื้อ การผ่อนแบรนด์เนมไม่ได้จำเป็นต้องหมายความว่าไม่มีเงินซื้อสดเสมอไป แต่หลายครั้งเป็นเรื่องของการบริหารเงินสดมากกว่า บางคนมีเงินพอซื้อสด แต่ไม่อยากให้เงินก้อนหายไปทันที เพราะต้องการเก็บสภาพคล่องไว้ใช้ในธุรกิจ ใช้เป็นเงินสำรอง หรือใช้กับโอกาสอื่นที่อาจสำคัญกว่าในอนาคต
ปัจจุบันการซื้อนาฬิกาหรูหรือกระเป๋าแบรนด์เนม ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของภาพลักษณ์หรือความชอบส่วนตัวเท่านั้น เพราะสำหรับหลายคน สินค้าเหล่านี้ถูกมองเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า สามารถถือครอง สะสม หรือส่งต่อได้ในอนาคต จึงทำให้บริการผ่อนแบรนด์เนมกลายเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน มากกว่าการจ่ายเงินก้อนในครั้งเดียว
การผ่อนแบรนด์เนมจึงเหมาะกับคนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานที่มีรายได้ประจำ เจ้าของกิจการที่ต้องการเก็บเงินทุนไว้ใช้ต่อยอดธุรกิจ หรือฟรีแลนซ์ที่อยากได้สินค้าชิ้นที่ต้องการโดยไม่กระทบเงินหมุนในชีวิตประจำวัน รวมถึงกลุ่มนักสะสมหรือคนรักแบรนด์เนม ที่มองว่านาฬิกาและกระเป๋าบางรุ่นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว ไม่ต่างจากการถือสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง
สำหรับ Brandname Money ได้ออกแบบบริการผ่อนแบรนด์เนมไว้ 2 รูปแบบ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การใช้เงินที่แตกต่างกัน ได้แก่ “ผ่อนไป ใช้ไป” หรือสินเชื่อเช่าซื้อ สำหรับคนที่ต้องการรับสินค้าไปใช้งานทันที และ “ผ่อนจบ รับของ” สำหรับคนที่อยากทยอยผ่อนเพื่อล็อกสินค้าที่ต้องการไว้ก่อน แม้ยังไม่ได้รีบใช้งานในตอนนี้ โดยทั้งสองรูปแบบมีจุดเด่นต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ตามความเหมาะสมของตัวเองครับ
ผ่อนแบรนด์เนม กับ Brandname Money มีรูปแบบไหนบ้าง
ก่อนเริ่มสมัคร สิ่งแรกที่ควรรู้คือ Brandname Money มีบริการผ่อนแบรนด์เนมที่ออกแบบให้เลือกตามความต้องการจริงของลูกค้า ไม่ใช่ทุกคนต้องใช้รูปแบบเดียวกันทั้งหมด เพราะบางคนอยากได้ของไปใช้ทันที แต่บางคนยังไม่รีบใช้ เพียงแค่อยากล็อกสินค้าที่ถูกใจไว้ก่อน

แบบที่ 1 ผ่อนไป ใช้ไป หรือ สินเชื่อเช่าซื้อ
บริการผ่อนแบรนด์เนม ไม่ใช้บัตร ในรูปแบบแรก เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการรับสินค้าไปใช้งานได้ทันที หลังผ่านการอนุมัติและชำระเงินดาวน์ ลูกค้าสามารถรับนาฬิกาหรูหรือกระเป๋าแบรนด์เนมไปใช้งานก่อน แล้วค่อยแบ่งชำระเป็นรายเดือนตามเงื่อนไขของสัญญาในภายหลัง ซึ่งรูปแบบนี้อยู่ในลักษณะของ “สินเชื่อเช่าซื้อ” หรือ Hire Purchase
ข้อดีของรูปแบบนี้คือ ไม่จำเป็นต้องรอผ่อนครบก่อนถึงจะได้สินค้า จึงเหมาะกับคนที่มีความต้องการใช้งานจริงในช่วงเวลานั้นทันที เช่น ต้องการนาฬิกาเรือนใหม่สำหรับใส่ทำงาน ออกงานสำคัญ หรืออยากได้กระเป๋าใบที่ตั้งใจไว้เพื่อเริ่มใช้งานเลย มากกว่าต้องรอผ่อนจนจบสัญญาหลายเดือนครับ
ลักษณะของบริการจะเริ่มจากลูกค้าชำระเงินดาวน์ก่อน จากนั้นจึงทยอยผ่อนชำระเป็นรายเดือนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา และเมื่อผ่อนครบตามเงื่อนไข กรรมสิทธิ์ของสินค้าจึงโอนเป็นของลูกค้าอย่างสมบูรณ์ รูปแบบนี้มีแนวคิดคล้ายกับการผ่อนรถหรือสินเชื่อเช่าซื้อทั่วไป เพียงเปลี่ยนจากรถยนต์มาเป็นสินค้าแบรนด์เนม เช่น กระเป๋าหรูหรือนาฬิกา ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการเงินก้อนได้ง่ายขึ้น พร้อมรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้ในระหว่างผ่อนครับ

โครงสร้างสินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อ ใช้ของก่อน ผ่อนทีหลัง
บริการนี้ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงง่าย โดยมีรายละเอียดสำคัญที่ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ
- อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99%–1.25% ต่อเดือน (11.88%–15% ต่อปี) และมีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงสูงสุด (Maximum APR) ไม่เกิน 21.18% ต่อปี
- สามารถเลือกผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 12 เดือน ถึง 24 เดือน ช่วยให้กระจายภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนได้ตามความเหมาะสม
- เงินดาวน์เริ่มต้น 30%–50% ของราคาสินค้า โดยขึ้นอยู่กับการประเมินเครดิตของผู้สมัคร
เงื่อนไขทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณสามารถเป็นเจ้าของสินค้าได้ทันที พร้อมทั้งยังคงควบคุมภาระทางการเงินให้อยู่ในระดับที่จัดการได้จริง
จุดเด่นของบริการสำหรับคนรักแบรนด์เนมโดยเฉพาะ
สิ่งที่ทำให้บริการ “ผ่อนไป ใช้ไป” ของ Brandname Money แตกต่าง ไม่ใช่แค่เรื่องการผ่อน แต่คือการออกแบบบริการให้ตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนมโดยเฉพาะ รองรับทั้งนาฬิกาหรูและกระเป๋าแบรนด์เนมจากแบรนด์ชั้นนำ โดยมีนาฬิกาให้เลือกมากกว่า 18 แบรนด์ และกระเป๋าแบรนด์เนมอีกกว่า 16 แบรนด์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าและมีตลาดรองรับชัดเจนครับ


ในด้านวงเงิน บริการรองรับวงเงินค่อนข้างสูง พร้อมรูปแบบการผ่อนที่มีความยืดหยุ่น ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารสภาพคล่องและวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนจำนวนมากในครั้งเดียว
อีกหนึ่งจุดเด่นคือความรวดเร็วของระบบอนุมัติ ซึ่งสามารถทราบผลได้ภายใน 1–3 วันทำการ ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลารอนาน และสามารถตัดสินใจหรือวางแผนการซื้อสินค้าได้ต่อเนื่องมากขึ้น นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมอย่างการขายดาวน์หรือเปลี่ยนสัญญา เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการบริหารสัญญาระยะยาวครับ
สิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจใช้บริการ
แม้ว่ารูปแบบ “ผ่อนไป ใช้ไป” จะช่วยให้ลูกค้าสามารถรับสินค้าไปใช้งานได้ทันที แต่ในด้านกรรมสิทธิ์ สินค้ายังจะไม่โอนเป็นของลูกค้าโดยสมบูรณ์ จนกว่าจะผ่อนชำระครบตามเงื่อนไขของสัญญา
ในระหว่างสัญญาผ่อนชำระ การ์ดหรือใบรับประกันของสินค้า จะอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท และจะส่งมอบให้เมื่อผ่อนครบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานของสินเชื่อเช่าซื้อทั่วไป เพื่อช่วยให้ระบบสินเชื่อมีความปลอดภัยและตรวจสอบได้ครับ
แม้ว่าบริการนี้จะช่วยให้เข้าถึงสินค้าแบรนด์เนมได้ง่ายขึ้น แต่การตัดสินใจก็ควรอยู่บนพื้นฐานของการวางแผนทางการเงินที่เหมาะสม ควรศึกษารายละเอียดสัญญา เงื่อนไขการผ่อน ระยะเวลาชำระ รวมถึงเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยกับสินเชื่อประเภทอื่นก่อนตัดสินใจ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับสถานะการเงินของตัวเองจริง ๆ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ควรประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเองอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถผ่อนต่อเนื่องได้โดยไม่กระทบกับภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยลูกค้าสามารถสมัครบริการได้ด้วยตัวเอง หรือสมัครผ่านร้านค้าแบรนด์เนมพาร์ทเนอร์ของ Brandname Money ก็ได้ครับ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*โปรดกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ผ่อนแบรนด์เนม แบบที่ 1 ผ่อนไป ใช้ไป (สินเชื่อเช่าซื้อ) ขั้นตอนประเมินวงเงินสินเชื่อออนไลน์ด้วยตัวเอง
หนึ่งในจุดแข็งของบริการผ่อนไป ใช้ไปของ Brandname Money คือระบบสมัครสินเชื่อออนไลน์ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ปลอดภัย และให้ลูกค้าสามารถวางแผนการผ่อนได้ด้วยตัวเองตั้งแต่ก่อนกดยืนยัน
คุณไม่จำเป็นต้องเดินทาง ไม่ต้องยื่นเอกสารหน้าสาขา และไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่คำนวณให้ เพราะทุกขั้นตอนสามารถทำได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ https://brandname.genius-lending.com/credit-request ได้เลยครับ

Step 1–2 กรอกข้อมูลและยืนยันตัวตน
เริ่มต้นจากการกรอกข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้น และกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข รวมถึงนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ตรงจุดนี้ ระบบจะให้คุณยืนยันตัวตนผ่านรหัส OTP ที่ส่งไปยังเบอร์โทรศัพท์ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของคุณปลอดภัย และเป็นเจ้าของข้อมูลจริง
Step 3 กรอกข้อมูลพื้นฐาน
ในขั้นตอนนี้ ระบบจะให้คุณกรอกข้อมูลเพิ่มเติม เช่น อายุ ที่อยู่ ประเภทที่พัก จังหวัดที่ทำงาน สถานะครอบครัว ระดับการศึกษา และวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ ข้อมูลส่วนนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ประกอบการประเมินวงเงินและความสามารถในการผ่อนครับ
Step 4 กรอกข้อมูลอาชีพและรายได้
นี่คือขั้นตอนที่ระบบจะเริ่มเข้าใจตัวคุณมากขึ้น คุณต้องระบุแหล่งที่มาของรายได้ เช่น เป็นพนักงานประจำ เจ้าของธุรกิจ หรืออาชีพอิสระ
โดยระบบจะปรับฟอร์มให้ตรงกับประเภทอาชีพโดยอัตโนมัติ เช่น พนักงานประจำ จะกรอกชื่อบริษัท, ตำแหน่ง, รายได้ หรือ เจ้าของกิจการ กรอกประเภทธุรกิจ, อายุธุรกิจ, รายได้ จุดนี้ช่วยให้การประเมินวงเงินมีความแม่นยำมากขึ้น ไม่ใช่การประเมินแบบกว้าง ๆ ครับ
Step 5 เลือกวงเงิน และ ลองค่างวดได้ทันที
นี่คือจุดที่ทำให้ระบบของ Brandname Money แตกต่าง คุณสามารถกรอกรายได้ต่อเดือน, ภาระหนี้ที่มีอยู่ จากนั้นระบุวงเงินที่ต้องการ และเลือกจำนวนเดือนที่อยากผ่อน
ระบบจะคำนวณค่างวดต่อเดือนให้คุณเห็นทันทีแบบ Real-time โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99%–1.25%/เดือน (11.88%–15%/ปี) สิ่งนี้ช่วยให้คุณตัดสินใจจากตัวเลขจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่าน่าจะไหว
Step 6 อัปโหลดเอกสาร
เมื่อเลือกแผนได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการแนบเอกสารเพื่อยืนยันข้อมูล เอกสารที่สามารถอัปโหลดได้ เช่น สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน, Statement ย้อนหลัง 6 เดือน หรือเอกสารธุรกิจ (สำหรับเจ้าของกิจการ) ระบบรองรับการอัปโหลดออนไลน์ทั้งหมด โดยมีข้อกำหนดคือ ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB ต่อรูป และรวมทั้งหมดไม่เกิน 15 MB
Step 7 รอผลอนุมัติ (1–3 วันทำการ)
หลังจากส่งข้อมูลเรียบร้อย ข้อมูลจะถูกส่งไปยังทีมประเมินสินเชื่อ ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1–3 วันทำการ
(ไม่รวมวันหยุด) เมื่อผลออก เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อแจ้งวงเงินที่ได้รับอนุมัติครับ
Step 8 เลือกสินค้า นัดหมาย และรับของ
เมื่อคุณได้รับการรอนุมัติวงเงินแล้ว จากนั้นจะมีการนัดหมายเพื่อตรวจเอกสารตัวจริง, ชำระเงินดาวน์ และเซ็นสัญญา หลังจากนั้นคุณสามารถรับสินค้าไปใช้งานได้ทันที
ผ่อนแบรนด์เนม แบบที่ 1 ผ่อนไป ใช้ไป (สินเชื่อเช่าซื้อ) ผ่านร้านค้าแบรนด์เนม
นอกจากสมัครเองออนไลน์ ลูกค้ายังสามารถสมัครผ่านร้านค้าแบรนด์เนมพาร์ตเนอร์ได้เช่นกัน โดยขั้นตอนจะเริ่มจากการเลือกสินค้าในร้าน จากนั้นร้านหรือเจ้าหน้าที่จะช่วยส่งข้อมูลให้ Brandname Money ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่ออธิบายเงื่อนไข นัดหมาย และดำเนินการพิจารณาสินเชื่อ เมื่อผ่านอนุมัติ ลูกค้าสามารถชำระเงินดาวน์ เซ็นสัญญา และรับสินค้าได้ทันทีจากร้าน ซึ่งจะเหมาะกับคนที่เจอของที่ใช่แล้ว อยากได้เลยตรงหน้าร้านครับ
- เลือกสินค้า ลูกค้าเลือกสินค้าที่สนใจกับทางร้านค้าแบรนด์เนม
- ส่งข้อมูล ลูกค้าหรือทางร้านค้าส่งข้อมูลลูกค้าและรายละเอียดสินค้าให้ Brandname Money เพื่อยื่นขอสินเชื่อ
- ติดต่อ & นัดหมาย เจ้าหน้าที่ Brandname Money จะทำการติดต่อพูดคุยกับลูกค้า เพื่อแจ้งเงื่อนไข เอกสารที่ต้องใช้ และนัดหมายวันเซ็นเอกสาร
- พิจารณาสินเชื่อ บริษัทฯ รับเอกสารและดำเนินการพิจารณาสินเชื่อภายใน 1-3 วันทำการ (ไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์และนักขัตฤกษ์)
- แจ้งผล & นัดรับ Brandname Money แจ้งผลการพิจารณา หากผ่านจะดำเนินการ นัดลูกค้าทำสัญญาและนัดวันเข้ารับสินค้าของลูกค้ากับทางร้าน
- ชำระเงิน & รับของ ลูกค้าชำระเงินดาวน์ เซ็นสัญญาเช่าซื้อ และเข้ารับสินค้ากับทางร้านค้าได้ทันที
(หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
คุณสมบัติของผู้สมัคร
พนักงานประจำ
- ต้องมีอายุ 20–60 ปี เป็นสัญชาติไทย
- มีรายได้เริ่มต้นประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป
- มีหลักฐานรายได้ชัดเจน เช่น Statement หรือสลิปเงินเดือน
- มีอายุงานรวมไม่น้อยกว่า 4 เดือน
- มีเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก
- และมีภาระหนี้อยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
เจ้าของธุรกิจ / อาชีพอิสระ
- ต้องมีอายุ 20–60 ปี เป็นสัญชาติไทย
- มีรายได้เริ่มต้นประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป
- มี Statement หรือหลักฐานรายได้ชัดเจน
- ธุรกิจต้องดำเนินมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี
- มีเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก
- และมีสถานะทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
เอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือเอกสารที่สามารถยื่นออนไลน์ได้เลย และเอกสารที่ต้องนำมาในวันนัดหมาย เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบและทำสัญญา
เอกสารที่ยื่นออนไลน์ได้
พนักงานประจำ
- Statement ย้อนหลัง 6 เดือนล่าสุด
- สลิปเงินเดือนล่าสุด 3 เดือน
เจ้าของกิจการ
- Statement ย้อนหลัง 6 เดือนล่าสุด
- Statement เงินออมย้อนหลัง 6 เดือน (ถ้ามี)
- หนังสือรับรองบริษัท ไม่เกิน 3 เดือน
- รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
- Statement บริษัทย้อนหลัง 6 เดือน
- รูปภาพกิจการบริษัท
เอกสารวันนัดหมาย
พนักงานประจำ
- บัตรประชาชน 2 ฉบับ
- ทะเบียนบ้าน 2 ฉบับ
- ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล 1 ฉบับ ถ้ามี
เจ้าของกิจการ
- บัตรประชาชน 2 ฉบับ
- ทะเบียนบ้าน 2 ฉบับ
ขั้นตอนทั้งหมดถูกออกแบบมาให้คนทั่วไปสมัครได้ด้วยตัวเอง คุณสามารถลองค่างวด วางแผน สมัคร รู้ผล และได้ของ โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต และไม่ต้องใช้เงินก้อนตั้งแต่วันแรก
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*โปรดกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ตัวอย่างการคำนวณยอดผ่อน (Representative Example)
หนึ่งในคำถามที่คนสนใจมากที่สุดก่อนตัดสินใจคือ สุดท้ายแล้วต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่? Brandname Money จึงออกแบบให้ลูกค้าสามารถจำลองค่างวดได้ก่อนสมัคร และเข้าใจโครงสร้างต้นทุนทั้งหมดได้อย่างชัดเจน เพื่อให้เห็นภาพ ลองดูตัวอย่างการคำนวณแบบเข้าใจง่ายด้านล่างนี้
ขั้นตอนการคำนวณดอกเบี้ย (อธิบายแบบเข้าใจง่าย)
การคำนวณค่างวดจะเริ่มจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่ เงินต้น (ยอดจัด), ดอกเบี้ย และภาษี (VAT)
เริ่มจากการนำยอดเงินที่ต้องผ่อน คูณกับอัตราดอกเบี้ยต่อปี เพื่อหาดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญา โดยในกรณีนี้ใช้อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ประมาณ 0.99% ต่อเดือน หรือ 11.88% ต่อปี จากนั้นนำดอกเบี้ยที่ได้ มาบวกกับเงินต้น เพื่อหายอดเงินรวมที่ต้องชำระทั้งหมด
ขั้นตอนสุดท้ายคือ นำยอดรวมนี้หารด้วยจำนวนงวด เพื่อหาค่างวดต่อเดือน และบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อให้ได้ยอดที่ต้องจ่ายจริงในแต่ละเดือน
อย่างเช่า สมมติคุณต้องการซื้อสินค้าแบรนด์เนมราคา 2,000,000 บาท และเลือกวางเงินดาวน์ 50% ยอดเงินที่ต้องจัดสินเชื่อจะอยู่ที่ 1,000,000 บาท เมื่อเลือกผ่อน 12 เดือน และใช้อัตราดอกเบี้ย 0.99% ต่อเดือน จะได้ผลลัพธ์ประมาณดังนี้
- ยอดเงินต้น: 1,000,000 บาท
- ดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญา: 118,800 บาท
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): 78,316 บาท
- ยอดรวมที่ต้องชำระทั้งหมด: 1,197,116 บาท
เมื่อหารเป็นรายเดือน ค่างวดจะอยู่ที่ประมาณ 99,759.67 บาทต่อเดือน (รวม VAT แล้ว) โดยค่างวด คือจำนวนเงินที่คุณต้องจ่ายในแต่ละเดือนจนกว่าจะครบสัญญา ดอกเบี้ย คือค่าตอบแทนของผู้ให้สินเชื่อ VAT คือภาษีที่รวมอยู่ในบริการ ซึ่งเป็นต้นทุนจริงที่ต้องจ่าย สิ่งสำคัญคือ อย่ามองแค่ยอดต่อเดือน แต่ควรดูยอดรวมทั้งสัญญาควบคู่กันเสมอครับ

ตัวอย่างนี้เป็นเพียงการคำนวณเบื้องต้นเพื่อให้เข้าใจภาพรวม อัตราดอกเบี้ยจริงจะอยู่ที่ประมาณ 0.99%–1.25%/เดือน (11.88%-15%/ปี) โดยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Maximum APR) รวมค่าธรรมเนียมแล้ว จะไม่เกิน 21.18%/ปี และตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปตาม การประเมินเครดิตรายบุคคล, ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขของบริษัท ดังนั้นโปรดกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
FAQ: คำถามที่พบบ่อย ผ่อนแบรนด์เนม แบบผ่อนไป ใช้ไป
Q1: สินเชื่อแบรนด์เนมแบบ “ผ่อนไป ใช้ไป” คืออะไร?
A: คือบริการเช่าซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมและนาฬิกาหรูที่ให้คุณรับสินค้าไปใช้งานได้ทันทีหลังได้รับอนุมัติและชำระเงินดาวน์ โดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนเต็มจำนวน จากนั้นค่อยทยอยผ่อนชำระรายเดือนตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในสัญญา
โดยการ์ดหรือใบรับประกันของสินค้าแบรนด์เนมที่ลูกค้าได้ทำการเช่าซื้อ ทางบริษัทจะเป็นผู้ถือครองไว้จนกว่าจะผ่อนชำระครบงวดตามสัญญา
Q2: ดอกเบี้ยผ่อนกระเป๋าและนาฬิกาแบรนด์เนม คิดเท่าไหร่?
A: เราคิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.99%-1.25%/เดือน (11.88%–15%/ปี) ซึ่งเป็นอัตราที่ถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
Q3: ไม่มีบัตรเครดิต สามารถผ่อนแบรนด์เนมได้ไหม?
A: ผ่อนได้แน่นอนค่ะ บริการสินเชื่อของ Brandname Money ไม่จำเป็นต้องใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด เพียงคุณมีรายได้ประจำที่ชัดเจน หรือเป็นเจ้าของกิจการ ก็สามารถยื่นเอกสารแสดงรายได้ (statement) เพื่อขอประเมินวงเงินได้เลย
Q4: อนุมัติสินเชื่อนานไหม ต้องรอกี่วันถึงจะได้ของ?
A: ทราบผลการพิจารณาไวภายใน 1-3 วันทำการ (ไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) หากผ่านการอนุมัติและเซ็นสัญญาเรียบร้อย คุณสามารถเข้ารับสินค้ากับทางร้านค้าเพื่อนำไปใช้งานได้ทันที
Q5: ระยะเวลาผ่อนชำระ สามารถผ่อนได้นานสูงสุดกี่เดือน?
A: ลูกค้าสามารถเลือกระยะเวลาผ่อนชำระให้เหมาะสมกับความสามารถในการบริหารเงินสดของตนเองได้ โดยเริ่มต้นผ่อนสบายๆ ที่ 12 เดือน และนานสูงสุดถึง 24 เดือน
Q6: หากผ่อนอยู่ แต่อยากเปลี่ยนกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ หรืออยากขาย ทำได้หรือไม่?
A: ทำได้ค่ะ นี่คือจุดเด่นของสินเชื่อ Brandname Money เรามอบความยืดหยุ่นให้คุณสามารถ “ขายดาวน์” หรือ “เปลี่ยนสัญญา” ให้บุคคลอื่นมารับช่วงผ่อนต่อได้ ตอบโจทย์คนที่ชอบอัปเดต เทรนด์ใหม่ ๆ หรือต้องการเปลี่ยนรุ่นระหว่างทาง
ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA: @BrandnameMoney
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทแบรนด์เนม มันนี่ จำกัด กำหนด
Q7: พนักงานประจำและเจ้าของกิจการ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
A: การเตรียมเอกสารนั้นง่ายและสามารถยื่นประเมินผ่านออนไลน์ได้เบื้องต้น
- พนักงานประจำ: ใช้สำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, สลิปเงินเดือน 3 เดือนล่าสุด และ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
- เจ้าของกิจการ: ใช้สำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 3 เดือน) บอจ.5 และ Statement บริษัทย้อนหลัง 6 เดือน
หมายเหตุ: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว โปรดศึกษารายละเอียดและอัตราดอกเบี้ยก่อนตัดสินใจ
Q8: “เช่าซื้อแบรนด์เนม” คืออะไร? ใช่บริการเดียวกับสินเชื่อ “ผ่อนไป ใช้ไป” หรือไม่?
A: ใช่ค่ะ บริการเช่าซื้อ (Hire Purchase) ก็คือบริการสินเชื่อ “ผ่อนไป ใช้ไป” ของ Brandname Money การเช่าซื้อ คือรูปแบบการขอสินเชื่อที่คุณชำระเพียงเงินดาวน์ก้อนแรก แล้วสามารถ รับกระเป๋าหรือนาฬิกาไปใช้งานได้ทันที โดยกรรมสิทธิ์ของสินค้าจะเป็นของ Brandname Money ในระหว่างที่ผ่อนชำระ และเมื่อคุณผ่อนค่างวดครบตามสัญญา กรรมสิทธิ์จะถูกโอนเป็นของคุณโดยสมบูรณ์ (คล้ายกับระบบการผ่อนรถยนต์ บ้าน)
Q9: การผ่อนแบบ “ผ่อนไป ใช้ไป” ต่างจาก “ผ่อนจบ รับของ” อย่างไร? และแบบไหนเหมาะกับใคร?
A: บริการทั้ง 2 รูปแบบมีเงื่อนไข ขั้นตอนและระยะเวลาการอนุมัติ และช่วงเวลาในการรับสินค้าที่แตกต่างกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ความพร้อมของลูกค้าแต่ละท่าน ดังนี้
1. แบบ “ผ่อนไป ใช้ไป” (สินเชื่อเช่าซื้อ)
- การรับสินค้า: รับกระเป๋าหรือนาฬิกาไปใช้งานได้ทันที หลังได้รับอนุมัติและชำระเงินดาวน์
- การตรวจสอบ: ต้องตรวจเช็กประวัติเครดิตบูโร และใช้เอกสารแสดงรายได้ประกอบการพิจารณา
- เงินดาวน์: เริ่มต้นที่ 30%-50% ของราคาสินค้า
- อัตราดอกเบี้ย: เริ่มต้นที่ 0.99%-1.25%/เดือน
- ระยะเวลาการอนุมัติ: 1-3 วันทำการ
- เหมาะกับใคร? เหมาะสำหรับผู้ที่มีเครดิตดี มีเอกสารรายได้หรือสเตตเมนต์ชัดเจน และต้องการนำสินค้าไปใช้งานหรือออกงานทันทีโดยไม่ต้องรอให้ผ่อนจบ
2. แบบ “ผ่อนจบ รับของ” (ออมสินค้า/Layaway)
- การรับสินค้า: ทางบริษัทจะเก็บรักษาสินค้าไว้ให้ และลูกค้าจะได้รับสินค้าก็ต่อเมื่อผ่อนชำระครบเต็มจำนวนแล้วเท่านั้น
- การตรวจสอบ: ไม่ต้องตรวจเครดิตบูโร ขั้นตอนง่าย ไม่ยุ่งยาก ใช้เพียง “บัตรประชาชนใบเดียว” ก็สามารถทำเรื่องได้
- เงินดาวน์: เริ่มต้น 30% ของราคาสินค้า
- อัตราดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) 1.25%/เดือน (15%/ปี)
- ระยะเวลาการอนุมัติ: 1 ชั่วโมง
- ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม: มีค่าบริการตู้นิรภัยสำหรับดูแลรักษาสินค้าอย่างดีที่ 535 บาท/เดือน (เรียกเก็บจนกว่าจะผ่อนชำระครบกำหนด)
- เหมาะกับใคร? เหมาะสำหรับทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระ หรือผู้ที่ไม่อยากยุ่งยากเรื่องเอกสารทางการเงิน ไม่ซีเรียสเรื่องระยะเวลาการรอรับของ แต่ต้องการล็อกสินค้าชิ้นที่ถูกใจเอาไว้ไม่ให้หลุดมือ
ไหน ๆ เราก็มีการพูดถึงบริการแบบผ่อนจบ รับของขึ้นมาแล้ว เรามาดูรูปแบบการผ่อนแบบไม่ใช้บัตรของ Brandname Money กันดีกว่าครับ
แบบที่ 2 ผ่อนจบ รับของ
หากรูปแบบ “ผ่อนไป ใช้ไป” เหมาะกับคนที่อยากรับสินค้าไปใช้งานทันที บริการ “ผ่อนจบ รับของ” ก็จะเหมาะกับคนที่ต้องการล็อกสินค้าเอาไว้ก่อน แล้วค่อยรับของเมื่อผ่อนครบตามสัญญา เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้งานสินค้าในตอนนี้ แต่ไม่อยากพลาดกระเป๋าแบรนด์เนมหรือนาฬิกาหรูรุ่นที่ต้องการ โดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนในครั้งเดียว
รูปแบบของบริการจะเริ่มจากการวางเงินดาวน์ก่อน จากนั้นลูกค้าสามารถทยอยผ่อนชำระเป็นรายเดือนตามระยะเวลาที่เลือกไว้ และเมื่อผ่อนครบตามเงื่อนไข จึงสามารถรับสินค้า พร้อมอุปกรณ์และเอกสารต่าง ๆ กลับไปได้ครบชุด
จุดเด่นสำคัญของบริการนี้คือ การช่วย “ล็อกสินค้า” ที่ต้องการไว้ก่อน ลดโอกาสที่สินค้าจะหลุดมือในระหว่างที่กำลังวางแผนการเงิน อีกทั้งยังออกแบบขั้นตอนให้เข้าถึงได้ง่าย ใช้เอกสารไม่ซับซ้อน เหมาะกับคนที่ต้องการค่อย ๆ วางแผนการใช้เงินและบริหารภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวครับ

โครงสร้างสินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อล็อกของก่อน แล้วค่อยเป็นเจ้าของ
บริการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมได้ โดยไม่ต้องรีบใช้เงินก้อน และไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate)
1.25% ต่อเดือน หรือ 15% ต่อปี - อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (APR)
เมื่อรวมค่าธรรมเนียมแล้ว อยู่ที่ประมาณ 12.8% – 16% ต่อปี - ระยะเวลาผ่อนชำระ
เลือกได้ตั้งแต่ 3 เดือน ไปจนถึง 12 เดือน - เงินดาวน์เริ่มต้น
30% ของราคาสินค้า - ปิดยอดก่อนกำหนด
ไม่มีค่าธรรมเนียมปิดยอดก่อนกำหนด - ค่าบริการตู้นิรภัย
535 บาทต่อเดือน รวม VAT แล้ว
จุดเด่นสำคัญของแบบนี้คือขั้นตอนง่ายกว่า เพราะไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ใช้เพียงบัตรประชาชนก็สามารถสมัครได้ และอนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง
จุดเด่นของบริการผ่อนจบ รับของ
สิ่งที่ทำให้บริการรูปแบบนี้แตกต่างจากสินเชื่อเช่าซื้อทั่วไปอย่างชัดเจน คือ ความง่ายในการสมัครและการเข้าถึง ลูกค้าสามารถสมัครได้โดยใช้เพียงบัตรประชาชน ไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิต และไม่ต้องเตรียมเอกสารรายได้ที่ซับซ้อน จึงเหมาะกับคนหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อาจไม่ได้มีสลิปเงินเดือนแบบพนักงานประจำ
ในด้านความรวดเร็ว ระบบสามารถแจ้งผลอนุมัติได้ภายในประมาณ 1 ชั่วโมง ในกรณีที่ข้อมูลครบถ้วน ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจและวางแผนได้ง่ายขึ้น อีกทั้งเงื่อนไขต่าง ๆ ยังมีความชัดเจนตั้งแต่ต้น ทั้งเรื่องจำนวนเงินดาวน์ ระยะเวลาผ่อน และกำหนดรับสินค้า ทำให้สามารถวางแผนการเงินได้อย่างตรงไปตรงมาครับ
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ ระบบการดูแลสินค้า ระหว่างที่ลูกค้ายังผ่อนไม่ครบ สินค้าจะถูกจัดเก็บไว้ใน Premium Security Vault แบบ 1:1 ซึ่งเป็นระบบตู้นิรภัยมาตรฐานที่มีการควบคุมทั้งความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยรักษาสภาพของสินค้าให้ใกล้เคียงกับวันแรกที่นำเข้ามามากที่สุดครับ
สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนตัดสินใจใช้บริการ
แม้ว่าบริการรูปแบบนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถค่อย ๆ ผ่อนสินค้าแบรนด์เนมได้ง่ายขึ้น แต่สินค้าจะยังไม่สามารถนำออกไปใช้งานได้จนกว่าจะผ่อนครบตามเงื่อนไขของสัญญา ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ยังไม่ได้ต้องการใช้งานทันที แต่ต้องการล็อกสินค้าที่ต้องการเอาไว้ก่อน เพื่อไม่ให้พลาดรุ่นหรือสินค้าที่สนใจครับ
อีกเรื่องที่ควรพิจารณาคือรายละเอียดของต้นทุนทั้งหมดภายในสัญญา ซึ่งจะประกอบด้วยทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าบริการดูแลสินค้าในตู้นิรภัย โดยควรมองภาพรวมของยอดชำระทั้งหมดควบคู่ไปกับค่างวดรายเดือน เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนการเงินและบริหารภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมในระยะยาวครับ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*โปรดกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ผ่อนแบรนด์เนม แบบที่ 2 ผ่อนจบ รับของ ขั้นตอนการขอประเมินวงเงินสินเชื่อออนไลน์ ด้วยตัวเอง
อีกหนึ่งจุดเด่นของบริการผ่อนจบ รับของ คือการสมัครที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองทั้งหมดผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่ต้องเดินทาง และไม่ต้องเตรียมเอกสารจำนวนมากเหมือนสินเชื่อทั่วไป
ระบบถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ปลอดภัย และช่วยให้คุณสามารถวางแผนค่างวดก่อนสมัครจริงได้ทันทีผ่านหน้าเว็บไซต์ https://brandname.genius-lending.com/credit-request ตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนถึงการรู้ผลอนุมัติ สามารถทำได้ภายในวันเดียว หากข้อมูลครบถ้วน

Step 1–2 กรอกข้อมูลและยืนยันตัวตน
เริ่มต้นจากการกรอกข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้น และกดยอมรับข้อตกลง รวมถึงนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของคุณจะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัย จากนั้นระบบจะส่งรหัส OTP ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าของข้อมูลจริงก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
Step 3 กรอกข้อมูลพื้นฐาน
ในขั้นตอนนี้ ระบบจะให้คุณกรอกข้อมูลเพิ่มเติม เช่น อายุ ที่อยู่ ประเภทที่พัก จังหวัดที่ทำงาน สถานะครอบครัว และวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ ข้อมูลส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อให้ระบบเข้าใจภาพรวมของผู้สมัครมากขึ้น
Step 4 กรอกข้อมูลอาชีพและรายได้
แม้ว่าบริการนี้จะสมัครง่าย แต่ระบบยังคงต้องการข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของรายได้ เพื่อใช้ประเมินความเหมาะสมเบื้องต้น โดยระบบจะปรับฟอร์มให้ตรงกับประเภทอาชีพของคุณโดยอัตโนมัติ เช่น พนักงานประจำ เจ้าของกิจการ หรืออาชีพอิสระ เพื่อให้การประเมินมีความแม่นยำมากขึ้น
Step 5 เลือกวงเงิน และ ลองค่างวดได้ทันที (ขั้นตอนสำคัญที่สุด)
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของระบบ คุณสามารถระบุรายได้ต่อเดือน และภาระหนี้ที่มีอยู่ จากนั้นเลือกวงเงินที่ต้องการ และจำนวนเดือนที่อยากผ่อน
ระบบจะคำนวณค่างวดต่อเดือน ให้เห็นทันทีแบบ Real-time โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) 1.25%/เดือน (15%/ปี) จุดนี้ช่วยให้คุณตัดสินใจได้จากตัวเลขจริง ก่อนจะกดยืนยันสมัคร
Step 6 อัปโหลดเอกสาร
เมื่อเลือกแผนได้แล้ว สามารถอัปโหลดเอกสารเข้าสู่ระบบได้ทันที เช่น สลิปเงินเดือน หรือ Statement ในกรณีที่มี ไฟล์ที่อัปโหลดต้องมีขนาดไม่เกิน 2 MB ต่อรูป และรวมทั้งหมดไม่เกิน 15 MB เพื่อให้ระบบสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว
Step 7 รอผลอนุมัติ (ภายใน 1 ชั่วโมง)
หลังจากส่งข้อมูลครบถ้วน ระบบจะส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อทำการพิจารณา โดยใช้เวลาประมาณภายใน 1 ชั่วโมง ในกรณีที่ข้อมูลครบและถูกต้อง เมื่ออนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อแจ้งวงเงินที่ได้รับครับ
Step 8 เลือกสินค้า นัดหมาย และรับของ
หากมีแคมเปญ “พรีวงเงิน” เมื่อทราบวงเงินแล้ว ลูกค้าสามารถนำวงเงินไปเลือกกระเป๋าแบรนด์เนมหรือนาฬิกาที่ต้องการได้ แต่ ณ ตอนนี้สินเชื่อเป็นแบบเลือกนาฬิกา กระเป๋ามาก่อน จากนั้นทีมงานจะนัดหมายเพื่อตรวจเอกสารตัวจริง ชำระเงินดาวน์ และทำสัญญา และในกรณีของ ผ่อนจบ รับของ สินค้าจะถูกจัดเก็บไว้ในระบบตู้นิรภัยจนกว่าจะผ่อนครบ และสามารถเข้ารับสินค้าได้ในภายหลังครับ
ขั้นตอนทั้งหมดถูกออกแบบมาให้ สมัครง่าย รู้ผลไว และวางแผนได้ก่อนตัดสินใจ คุณสามารถลองค่างวด เลือกแผนที่เหมาะกับตัวเอง และรู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว นี่คือเหตุผลที่บริการผ่อนแบรนด์เนม ไม่ใช้บัตร กลายเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้จริงสำหรับคนยุคนี้
ผ่อนแบรนด์เนม แบบที่ 2 ผ่อนจบ รับของ สมัครผ่านร้านค้าแบรนด์เนม
- เลือกสินค้า ลูกค้าเลือกสินค้าที่สนใจกับทางร้านค้าแบรนด์เนม
- ยื่นสมัครสินเชื่อกับเจ้าหน้าที่ LINE OA @BrandnameMoney โดย ใช้บัตรประชาชนตัวจริงเพียงใบเดียว
- อนุมัติและล็อกสินค้า ทราบผลอนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง จากนั้นชำระเงินดาวน์เริ่มที่ 30% เพื่อล็อกสินค้าชิ้นที่ถูกใจไว้ไม่ให้หลุดมือ
- ผ่อนชำระรายเดือน ทยอยผ่อนชำระตามระยะเวลาที่เลือก (3-12 เดือน) โดยมีค่าบริการตู้นิรภัย 535 บาท/เดือน เพื่อดูแลรักษาของให้คุณอย่างปลอดภัย
- รับของทันทีเมื่อผ่อนครบ เมื่อชำระเงินครบเต็มจำนวนตามสัญญา ลูกค้าสามารถรับสินค้าและอุปกรณ์ทั้งหมดกลับไปครอบครองได้ทันที
หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
คุณสมบัติของผู้สมัครและเอกสารที่ต้องใช้
- คุณสมบัติ: สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี อาชีพใดก็สามารถยื่นกู้ได้
- เอกสารใช้เพียง บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ไม่ต้องยื่นสลิปเงินเดือนหรือรายการเดินบัญชี Statement
ตัวอย่างการคำนวณยอดผ่อน (Representative Example)
หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจเลือกผ่อนจบ รับของ คือการเข้าใจว่า สุดท้ายแล้วคุณต้องจ่ายจริงเท่าไหร่ต่อเดือน และรวมทั้งหมดเป็นเท่าไหร่
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูตัวอย่างการคำนวณแบบง่ายด้านล่างนี้ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างต้นทุนของบริการนี้ได้ครบในครั้งเดียวครับ
วิธีคิดค่างวดแบบเข้าใจง่าย
เริ่มต้นจากการคำนวณยอดจัดสินเชื่อ โดยนำราคาสินค้าหักด้วยเงินดาวน์ 30% เพื่อหายอดเงินที่ต้องนำไปผ่อน
ตัวอย่างเช่น หากสินค้าราคา 450,000 บาท และวางเงินดาวน์ 135,000 บาท จะเหลือยอดจัดสินเชื่ออยู่ที่315,000 บาท จากนั้นนำยอดนี้ไปคำนวณดอกเบี้ย โดยใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) 1.25%/เดือน หรือ 15%/ปี และคูณตามจำนวนเดือนที่ต้องการผ่อน หากเลือกผ่อน 10 เดือน ดอกเบี้ยรวมจะอยู่ที่ 39,375 บาท เมื่อรวมเงินต้นและดอกเบี้ยเข้าด้วยกัน ยอดที่ต้องชำระก่อนรวมค่าบริการจะอยู่ที่ 354,375 บาท ขั้นตอนถัดไปคือการหาค่างวดรายเดือน โดยนำยอดรวมมาหารด้วยจำนวนงวด จะได้ค่างวดประมาณ 35,437.50 บาท/เดือน
อย่างไรก็ตาม สำหรับบริการผ่อนจบ รับของ จะมีค่าบริการตู้นิรภัย 535 บาทต่อเดือน ซึ่งต้องนำมารวมด้วย ทำให้ยอดที่ต้องชำระจริงในแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณ 35,972.50 บาท และเมื่อรวมทั้งสัญญา ลูกค้าจะมีภาระชำระทั้งหมดประมาณ 359,725 บาท
ตัวอย่างตารางคำนวณค่างวด ผลิตภัณฑ์ผ่อนจบ รับของ
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นโครงสร้างค่างวดรายเดือนอย่างชัดเจน ว่าในแต่ละงวดประกอบด้วยเงินต้น ดอกเบี้ยคงที่ และค่าบริการตู้นิรภัยเท่าไร เพื่อให้เห็นยอดที่ต้องชำระจริงแบบครบทั้งสัญญา
| งวดที่ | ค่างวด (รวมค่าตู้นิรภัย) | เงินต้น | ดอกเบี้ยคงที่ (1.25%) | ค่าบริการตู้นิรภัย |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 35,972.50 | 31,500.00 | 3,937.50 | 535.00 |
| 2 | 35,972.50 | 31,500.00 | 3,937.50 | 535.00 |
| 3 | 35,972.50 | 31,500.00 | 3,937.50 | 535.00 |
| 4 | 35,972.50 | 31,500.00 | 3,937.50 | 535.00 |
| 5 | 35,972.50 | 31,500.00 | 3,937.50 | 535.00 |
| 6 | 35,972.50 | 31,500.00 | 3,937.50 | 535.00 |
| 7 | 35,972.50 | 31,500.00 | 3,937.50 | 535.00 |
| 8 | 35,972.50 | 31,500.00 | 3,937.50 | 535.00 |
| 9 | 35,972.50 | 31,500.00 | 3,937.50 | 535.00 |
| 10 | 35,972.50 | 31,500.00 | 3,937.50 | 535.00 |
| รวม | 359,725.00 ยอดรวมทั้งสัญญา | 315,000.00 | 39,375.00 | 5,350.00 |
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การรู้ค่างวด แต่ต้องเข้าใจว่าเงินแต่ละส่วนคืออะไร ค่างวด คือจำนวนเงินที่คุณต้องจ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งรวมทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าบริการเข้าด้วยกัน
ดอกเบี้ย คือค่าตอบแทนของการให้บริการสินเชื่อ โดยในกรณีนี้เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) 1.25%/เดือน (15%/ปี) ซึ่งคำนวณจากยอดจัดสินเชื่อหลังหักเงินดาวน์แล้ว
ค่าบริการตู้นิรภัย คือค่าธรรมเนียม 535 บาทต่อเดือน (รวม VAT แล้ว) สำหรับการดูแลรักษาสินค้าในระบบจัดเก็บที่ปลอดภัย เพื่อให้สินค้ายังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนถึงวันที่คุณมารับ
ดังนั้น เวลาประเมินความคุ้มค่า อย่ามองแค่ ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ แต่ควรมองยอดรวมทั้งสัญญา ควบคู่กัน เพราะต้นทุนจริงของบริการนี้ประกอบด้วย เงินต้น + ดอกเบี้ย + ค่าบริการตู้นิรภัย เมื่อเข้าใจครบทั้ง 3 ส่วน คุณจะสามารถวางแผนการเงินได้แม่นยำขึ้น และเลือกแผนที่เหมาะกับตัวเองได้จริง
ตัวอย่างนี้เป็นเพียงการคำนวณเบื้องต้นเพื่อให้เข้าใจภาพรวม ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละกรณี และการประเมินของบริษัท
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*โปรดกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ทำไมควรเลือกผ่อนกับ Brandname Money
Brandname Money ออกแบบบริการให้มีความชัดเจน แบ่งรูปแบบการผ่อนออกเป็น “ผ่อนไป ใช้ไป” และ “ผ่อนจบ รับของ” เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์การเงินและรูปแบบการใช้งานของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องใช้แผนเดียวกันทุกคน พร้อมให้บริการภายใต้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายและยอดชำระที่โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงครับ
ในด้านความปลอดภัย สินทรัพย์ทุกชิ้นจะถูกจัดเก็บภายในตู้นิรภัยมาตรฐานสากล (International Standard Vaults) และห้องนิรภัยแบบ 1:1 (Safe Room) ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยและการควบคุมการเข้าถึงอย่างเข้มงวด เพื่อดูแลสินค้าให้ปลอดภัยและคงสภาพอย่างเหมาะสมตลอดระยะเวลาของสัญญา
ความยืดหยุ่นในการเข้าถึงบริการ สำหรับคนที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือไม่ต้องการใช้บัตร ก็ยังสามารถเลือกเป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมได้ โดยเฉพาะบริการ “ผ่อนจบ รับของ” ที่ใช้เอกสารไม่ซับซ้อน อนุมัติรวดเร็ว และช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงสินค้าแบรนด์เนมได้มากขึ้นครับ
Brandname Money มีการพัฒนาระบบ Digital Transformation และ Credit Core System เพื่อรองรับการให้บริการแบบ Online Application ลูกค้าสามารถยื่นเอกสาร ติดตามสถานะ และดำเนินการต่าง ๆ ผ่าน LINE ได้อย่างสะดวก ขณะที่ในส่วนของบริการสินเชื่อ จะมีระบบวิเคราะห์เครดิตและตรวจสอบข้อมูล NCB ตามมาตรฐาน เพื่อช่วยให้กระบวนการอนุมัติมีความเป็นระบบและแม่นยำมากขึ้นครับ
มาตรฐานการดำเนินงานที่เน้นความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ มีการชำระเต็มจำนวนตามเงื่อนไขสัญญาอย่างชัดเจน ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า โดยเฉพาะสำหรับสินทรัพย์มูลค่าสูงอย่างนาฬิกาหรูหรือสินค้าแบรนด์เนม ที่ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการถือเป็นเรื่องสำคัญไม่ต่างจากมูลค่าของสินค้า
นอกจากนี้ ข้อมูลของลูกค้าทุกท่านยังได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐาน PDPA Compliance พร้อมสัญญาที่ผ่านการตรวจสอบโดยที่ปรึกษากฎหมายทุกฉบับ เพื่อให้กระบวนการทำงานมีความโปร่งใส เป็นระบบ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการ ผ่อนแบรนด์เนม
Q1: ขั้นตอนผ่อนแบรนด์เนม ไม่มีบัตรเครดิต ผ่อนแบรนด์เนมได้จริงไหม
A: ได้จริง เพราะทั้ง 2 บริการของ Brandname Money ถูกสื่อสารชัดว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการผ่อนสินค้าแบรนด์เนมโดยไม่จำเป็นต้องใช้บัตรเครดิต โดยเฉพาะแบบผ่อนจบ รับของ ที่ใช้เพียงบัตรประชาชนในการสมัครตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
Q2: ผ่อนแบรนด์เนมกับ Brandname Money ผ่อนได้อะไรบ้าง
A: ปัจจุบันเน้น 2 กลุ่มหลักคือ นาฬิกาหรู และกระเป๋าแบรนด์เนม โดยมีแบรนด์ให้เลือกหลากหลายและมีร้านพาร์ตเนอร์มากกว่า 60 ร้านทั่วประเทศ
Q3: ผ่อนจบ รับของ ต้องเช็กเครดิตบูโรไหม
A: จากข้อมูลเปรียบเทียบบริการในเอกสาร ระบุว่าแบบผ่อนจบ รับของ ใช้เพียงบัตรประชาชน และไม่เช็กเครดิตบูโรในรูปแบบบริการนี้ ขณะที่แบบผ่อนไป ใช้ไป ต้องตรวจเครดิตและใช้เอกสารรายได้ประกอบการพิจารณา
Q4: ขั้นตอนผ่อนแบรนด์เนม แบบไม่ใช้บัตร อนุมัตินานไหม
A: แบบผ่อนไป ใช้ไป ใช้เวลาประมาณ 1–3 วันทำการ ส่วนแบบผ่อนจบ รับของ อนุมัติได้ภายในประมาณ 1 ชั่วโมงในกรณีข้อมูลครบถ้วน
Q5: ผ่อนแบรนด์เนม ดอกเบี้ยเริ่มต้นเท่าไร
A: แบบผ่อนไป ใช้ไป เริ่มต้นที่ 0.99%–1.25%/เดือน ขึ้นอยู่กับการประเมินเครดิตรายบุคคล ส่วนแบบผ่อนจบ รับของ ระบุอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) 1.25%/เดือน (15%/ปี) ในส่วนสื่อสารการขาย และมีรายละเอียดอัตรา/ค่าธรรมเนียมในเอกสารเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าควรตรวจสอบก่อนทำสัญญา
ผ่อนแบรนด์เนม ไม่ใช้บัตร ไม่ใช่แค่คำโฆษณาที่ฟังดูดึงดูด แต่เป็นทางเลือกทางการเงินที่ช่วยให้คนรักสินค้า Luxury เข้าถึงนาฬิกาหรูและกระเป๋าแบรนด์เนมได้ง่ายขึ้นจริง โดยเฉพาะคนที่ไม่อยากผูกทุกอย่างไว้กับบัตรเครดิต หรือไม่อยากจ่ายเงินก้อนในวันเดียว
ความน่าสนใจของ Brandname Money คือการไม่ได้บังคับให้ลูกค้าทุกคนใช้ทางเดียวกัน แต่แยกให้ชัดว่าถ้าอยากใช้ของทันที สามารถเลือกแบบผ่อนไป ใช้ไปได้ แต่ถ้าอยากล็อกของไว้ก่อนและผ่อนแบบเอกสารน้อยกว่า ก็มีแบบผ่อนจบ รับของรองรับเช่นกัน
ท้ายที่สุด การผ่อนจะคุ้มหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ว่าดอกเบี้ยเริ่มต้นต่ำแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าคุณเลือกแผนที่ตรงกับชีวิตตัวเองหรือเปล่า ถ้าเลือกถูกจังหวะ เลือกถูกแบบ และผ่อนในระดับที่จ่ายไหว แบรนด์เนมก็ไม่จำเป็นต้องเป็นของที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการ ผ่อนแบรนด์เนม ไม่ใช้บัตร ไม่ว่าจะเป็น ผ่อนกระเป๋าแบรนด์เนม หรือ ผ่อนนาฬิกา Brandname Money คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อให้การเป็นเจ้าของสินค้า Luxury ง่ายขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และสอดคล้องกับการบริหารเงินของคนยุคนี้มากกว่าเดิม
สนใจติดต่อสอบถามหรือ ให้ ผ่อนแบรนด์เนม ไม่ใช้บัตร ได้ที่
- Facebook: Brandname Money Co.,Ltd
- Line: @brandnamemoney
- Instagram: brandnamemoney
- TikTok: brandnamemoney
- โทร: 085-910-1010
- E-Mail: support@brandnamemoney.com
เพราะสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ควรได้รับข้อมูลที่มีมาตรฐานเช่นกัน และการตัดสินใจทางการเงินที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้องเสมอครับ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด
